Showing posts with label หนูนา. Show all posts
Showing posts with label หนูนา. Show all posts

244: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 74: คนตัวเล็กสุดของครอบครัวเริ่มโต เมื่อ 6 เม.ย.63 (ช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด)

สวัสดีครับทุกท่าน เนื่องจากภรรยาถ่ายภาพหนูนา (ลูกสาว) ที่ปีนไปหลังเตียง เพื่อจับกดเส้นตรงหัวไหล่ เนื่องจากเมื่อวานผมหัวไหล่ยอก น่าจะยอกจากการทำงานและตอนตะแคงช่วงขขับถ่าย ถึงขนาดเอี้ยวคอไม่ได้แต่ยังพอที่จะพิมพ์งานได้ และช่วงนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด จึงไม่ได้โทรหาหมอณี ที่จะมาช่วยจับเส้นที่บ้านมาให้กว่า 19 ปีแล้ว หนูนาตอนเด็กๆ เคยชอบมากดตรงนู้นตรงนี้ที่หัวไหล่ สะบัก เพราะโรงเรียนเคยสอน ก็เลยอาสากดไหล่ให้ ซึ่งเดี๋ยวนี้หนูนา ฝ่ามือใหญ่ขึ้น แรงเยอะขึ้น ก็เลยพอจะดีขึ้นนิดนึงครับ

แต่ผมก็ตั้งใจแล้วว่า คืนนี้จะพักผ่อน ก็น่าจะดีขึ้น พิมพ์มาถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า ส่วนตัวไม่เคยนึกฝันนะครับว่าจะมีครอบครัว ไม่แต่งงานแล้ว แต่ถ้าผมพลาดครั้งนี้ ไม่ขอคุณเจี๊ยบ (ภรรยา) แต่งงาน ผมคงจะพลาดครั้งสำคัญของชีวิต อีกทั้งการที่บอกว่า "มีลูกไม่ทันใช้" ผมก็โชคดีอีก เพราะมีลูกทันใช้ทันทีครับ ตอนเล็กๆ หนูนาก็จองคิว เทปัสสาวะให้ผม มาโดยตลอด แต่ก็ยอมรับว่า ตัวผมเองก็ต้องบ้งเบ้ง คอยสอนคอยเตือนหนูนาบ่อยตามมุมมองของผม จนผมเองก็เคยพูดกับหนูนาว่า "ถ้าป๊ามีลูก ก็จะสอนลูกแบบนี้" เพราะฉะนั้นผมเองก็คิดเสมอว่า ผมห่วงหนูนาไม่แพ้ใครเช่นกันครับ

ผมทำท่าประสานมือแล้วยกขึ้นเหนือหัว ครับ


หนูนา กำลังกดหัวไหล่ จุดที่ยอกเจ็บ ครับ

ผมโน้มตัว ไปข้างหน้า ให้หนูนา กดที่ด้านหลังบริเวณสะบักครับ





ส่วนตัวนะครับ ถึงจะช่วยไม่ได้ทางด้านร่างกาย แต่ก็เป็นบรรยากาศของความเป็นครอบครัว ซึ่งมีคุณค่ามากทางด้านจิตใจและความรู้สึกดีๆ ครับ

"ถ้าป๊ามีลูก ก็จะสอนลูกแบบนี้" ผมชอบคำพูดนี้นะครับ


บทความอ้างอิง:

168: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 3: หนูนา+หนูต๋อง หนูเหมือนกัน @58-02-10

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับตอนนี้ส่วนตัวแล้วผมมีความภาคภูมิใจมากๆ ที่อยากสื่อสารออกไปว่า เหตุผลใดบ้าง เราจึงได้แต่งงานกัน เพราะ "หนูนา" ลูกของภรรยาที่เธอรักนั้น กลับเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญ ที่ทำให้เธอรู้สึกดีๆ กับผม เล่าย้อนอดีตไปสัก 1 ปีที่แล้วก่อนหน้านี้ ใกล้ๆ ช่วงนี้แต่น่าจะประมาณเดือนมีนาคม 2557 "หนูนา" ลูกของเธอเข้าโรงพยาบาล เธอเล่าว่ากำลังร้องไห้ห่วงหนูนาอยู่ เพราะหมอบอกว่า ป่วยแบบไม่รู้สาเหตุต้องดูอาการ ใจเธอหายวับ ถึงกับต้องไปบนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างนั้นผมก็โทรศัพท์เข้าไปพอดี พอทราบเรื่องจึงขอช่วยสมทบค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลบ้าง

เล่ามาถึงตรงนี้ ยังรู้สึกอายตัวเองอย่างมาก เพราะคิดว่าเธอพาหนูนา เข้า รพ.ของรัฐ ต่างจังหวัดคง
ไม่มากเท่าไหร่ จึงโอนเงินให้เธอน้อยนิดมาก ไม่เพียงพอกับยอดรวมทั้งหมดเพราะเยอะมาก เนื่องจากเธอห่วงหนูนามาก และต้องการให้หนูนา ได้รับการรักษาอย่างดี จึงพาไป รพ.เอกชน ประจำจังหวัด ผมมาทราบทีหลัง จึงขอโทษเธอหลังจากที่ได้ตกลงคบหากัน แต่ผมอยากให้ทุกท่านเชื่อนอานิสงฆ์ในความตั้งใจจริง ตั้งใจทำดี นะครับ อย่างที่พระท่านว่า ทำบุญน้อยทำบุญมาก ไม่สำคัญ สำคัญที่ตั้งใจ ในครั้งนั้นทำให้เธอเห็นความตั้งใจจริง ที่ผมมีต่อหนูนา จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเก็บผมเอาไว้ในใจอีก 1 เรื่อง และยังเป็นเหตุผลสำคัญอันดับต้นๆ ที่เราได้รักและแต่งงานกัน เพราะเธอบอกเสมอว่า "หนูนา เป็นดวงใจ" ของเธอ

หนูนาเข้า รพ.อีกครั้งเมื่อ 9 ก.พ.58

ระหว่างเราสองคน คือ "หนูนา" กับผม ที่ผมพยายามให้มีเรื่องคุยกับหนูนา ก็คือ ผมเรียกตัวเองว่า "หนูต๋อง" เนื่องจากหนูนากับผม เกิดปีชวด เหมือนกันครับ กวนเจี๊ยบเหมือนกัน ง้องแง้งเหมือนกัน ภรรยาผมบอกว่า ผมกับหนูนานิสัยเหมือนกัน จึงทำให้ดูแลง่าย เข้าใจง่าย เพราะเธอเลี้ยงหนูนามา น่าจะพอเป็นแบบนั้นเพราะเกิดปีชวดเหมือนกัน คงจะมีส่วนคล้ายกันในหลายๆ เรื่อง ปัจจุบัน หนูนาเรียกผมว่า "เตี่ย" แล้ว ดีใจมากครับ

และที่ผมพิมพ์บทความตอนนี้ ก็เพราะว่าเหมือนครบรอบเกือบ 1 ปี ที่อยู่หนูนาก็มีไข้ขึ้นสูง และหมอวอนิจฉัยออกมาแล้ว หนูนา เป็นไข้เลือดออก จึงต้อองนอนยาวหลายวัน ผมจึงตั้งใจว่า ถ้าหนูนาออกจากโรงพยาบาล ผมจะพิมพ์บทความถึง "หนูนา" ให้ได้ เพราะเท่ากับว่า "หนูนาที่เป็นดวงใจ" ของภรรยาผมนั้น ผมได้ผ่านด่านนี้สำเร็จแล้ว แต่ยังมี "แก้วตา" ของภรรยาผมอีกดวง จึงจะครบ "แก้วตา ดวงใจ" 2 คน ที่เธอรักมากี่สุด

ลองตามอ่านกันได้นะครับ ในตอนที่ 4 ว่า "แก้วตา" ของภรรยาผมคือใคร ครับ