119 : "เหงือกเป็นเหตุ" จนถึง "มรณานุสติ" ธรรมะจัดสรรครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้เป็นเรื่องเล่า แต่มีเนื้อหาสาระพอสมควร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผมไปร่วมประชุมสมัชชาภาคกลาง ที่ชลพฤกษ์รีสอร์ท จ.นครนายก เรื่องก็มีอยู่ว่า พอพักกลางวันทุกคนก็ลงไปทานข้าวที่ชั้นล่าง ส่วนผมก็อยู่ที่ชั้น 2 น้องที่มาด้วยก็นำอาหารที่พี่ดวงพร ตักให้ขึ้นมาทาน ผมเป็นคนทานข้าวเร็วอยู่แล้วครับ จนไปเจอแป้งทอดกรอบชิ้นหนึ่ง ซึ่งผมก็เคี้ยวไปหลายชิ้นแล้ว แต่มีอยู่ชิ้นหนึ่งครับ ที่มาเสียบเข้าไปฝังตัวในเหงือก

ทีนี้ก็ยุ่งละครับ ไม่มีใครในห้องเลย แอบไปเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง นั่งอยู่ด้านขวาของห้อง ผมจึงจำเป็นต้องนิมนต์ท่านมาหา แล้วขอความช่วยเหลือท่าน ท่านก็เอาไม้จิ้มฟันค่อยๆ เขี่ยให้ จนเศษแป้งทอดที่แหลมๆ มันหลุดออกมาครับ จึงได้เริ่มสนทนาธรรมกับท่าน ในประเด็นเรื่อง พระสงฆ์ที่ป่วยจากการฉันภัตาหารที่ญาติโยมตักบาตรใส่ ท่านสอนผมว่า ที่พระสงฆ์ป่วยจากการฉันทุกอย่างของญาติโยมนั้นผิดหมด เพราะตามหลักคำสอนนั้น มีบทพิจารณาด้วย ลืมบอกไปว่าท่านมีนามว่า .....

คือพระสงฆ์สามารถพิจารณาได้เอง ว่าควรฉัน หรือไม่ควรฉัน ตรงนี้ แม้แต่ตัวผมเองก็พึ่งทราบ เรียกได้ว่า เข้าใจผิดมาตลอด มาเข้าใจก็ ณ ขณะเวลานี้นั่นแหล่ะ พักยกสักแป๊บ รีบหม่ำข้าว อีกนิดก็หมดแล้ว พอหมดก็รีบเตรียมตัวเองให้เรียบร้อย แล้วนิมนต์ท่านมาให้ความรู้กับผมอีก ในเรื่องเดิม และท่านได้ให้ความเห็นเรื่องที่ฆราวาสกำลังมุ่งแก้ปัญหาต่างๆ แต่กลับไม่มีใครมามุ่งแก้ปัญหาของพระสงฆ์เลย เหมือนเป็นเรื่องที่สูง จับต้องไม่ได้ แต่ท่านได้ให้ทรรศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า ฆราวาสเป็น 1 ในพุทธบริษัท 4 ซึ่งเราๆ ก็ทราบกันดีมีในพระธรรมคำสอน แต่ฆราวาสกลับมองเป็นเรื่องไกลตัว 

ท่านได้ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันนี้วงการสงฆ์นั้น ต้องควรบูรณาการใหม่แล้ว ได้สนทนากับท่านแล้ว อันที่จริงอยากแยกวงไปสนทนาคุยกับท่านต่อ ในช่วงท้ายได้แลกเปลี่ยทรรศนะเรื่อง C-CES ที่เรากำลังทำอยู่โดยยึดถือ "มรณานุสติ" เป็นที่ตั้ง ท่านชอบมาก ดีใจที่มีฆราวาสทำ และให้ความสำคัญ ผมจึงได้ขออีเมล์และมือถือท่านไว้ เพื่อการเชื่อมโยงในอนาคตอันใกล้นี้ครับ



ในความนึกคิดนั้น อายุสัก 45 ปี เคยคิดจะบวชแบบไม่สึก เมื่อมาเป็นคนพิการรุนแรงทุพพลภาพ จึงเบนเข็มไปทำงานด้านการเผยแพร่หลักธรรมะบางหลักก็น่าจะลงตัว เพราะบางครั้งสำหรับคนรุ่นใหม่ หรือสังคมไทยในปัจจุบัน ขอให้มีหลักธรรมบางข้อ ไม่ต้องทั้งหมด ก็น่าจะพอช่วยสังคมได้อย่างดี โดยเฉพาะ "มรณานุสติ" ที่ผมและผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร ยึดถือกันมาตลอดครับ และดีใจสุดๆ ที่ได้สนทนากับท่าน.... ครับ

No comments:

Post a Comment