139: บังเอิญเข้า youtube ไปพบคลิปประชาสัมพันธ์เรียกฝึกกำลังพลสำรอง ทำให้นึกถึงอดีตก่อนที่จะพิการครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ด้วยความบังเอิญที่แอบพักผ่อน ฟังเพลงที่ชอบใน youtube หลายเพลง มีร้องตามบ้าง แบบว่าอยู่คนเดียว ที่บ้านไปข้างนอกหมด โลกนี้เป็นของเรา ซึ่งหนึ่งในหลายเพลงที่ชอบ คือเพลง "แสงสุดท้าย" ของวง Bodyslam เดิมผมรู้จักเพลงนี้จากภาพยนตร์เรื่อง "วัยรุ่นพันล้าน" พอมาดูมิวสิคของวง Bodyslam พบว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับนาวิกโยธินไทย ภายในเนื้อหามีทหารกำลังนอนยิงปืนอยู่ ทำให้ในสมองแว๊บภาพในอดีตขึ้นมาว่าเราก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ ซึ่งมีค่ามากมาย

ทำให้ผมเสริช์คำว่า "ฝึกกำลังพลสำรอง" ใน youtube ทันที ก็สมใจมากที่ทางกองทัพกำลังประชาสัมพันธ์ให้ชายไทย ที่ถูกเรียกฝึกกำลังพลสำรองจนถึงเดือนสิงหาคม 2556 ให้ความร่วมมือในการเข้าฝึก ซึ่งถือว่าเป็นการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เนื่องจากส่วนตัวที่เคยเข้าฝึกกำลังพลสำรองนั้น ครูฝึกชอบมานั่งคุยที่เต๊นท์ของหน่วยเรา ผมอยู่หน่วย "ช่างโยธา" ครับ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของฝ่ายสนับสนุกการรบ หรือเรียกชื่อย่อว่า สสก. ครูฝึกบอกพวกเราว่า เห็นว่าบ้านเมืองเราสงบ จริงๆ แล้วไม่ใช่ การแสดงแสนยานุภาพของกำลังพลนั้นมีความสำคัญ ดังนั้นการฝึกกำลังพล ก็จะเป็นการแสดงพลังทางการทหารให้เพื่อนบ้าน และต่างชาติ ได้ยำเกรงประเทศไทย ประเด็นนี้ผมจำได้ดี และส่วนตัวก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่ายุคไร้พรมแดนนี้ เป็นยุคไฮเทคแล้ว แต่เรามักจะเห็นภาพข่าวตลอดเวลาถึงการแสดงพลังทางทหารจากทั่วโลก

ผมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสนับสนุน ชายไทยที่กำลังถูกเรียกฝึกกำลังพลสำรองว่า "ไปฝึกเถอะครับ สนุกมาก ได้ความรู้ ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ที่ดี ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ คุณจะได้ไปยิงปืน หากโชคดีแบบผม ได้ไปอยู่ฝ่าย สสก. ผมได้มีโอกาสฝึกการวางระเบิดด้วย ได้มีส่วนร่วมในการได้ฝึกปืนยิงไร้แรงสะท้อน (จำไม่ได้ว่าเรียกชื่อถูกไหม) ถล่มใส่ภูเขาที่ไว้ใช้ฝึก"

เสนาธิการฝึกพวกเรายังบอกว่า การที่เราเข้าฝึกนับว่า เราเป็นพลเมืองดี จะทำให้เรามีประวัติที่ดี รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศชาติ ตอนนั้นผมฝึกปีละ 21 วัน ติดต่อกัน 3 ปีต่อเนื่อง เวลาไปเจอกันก็เหมือนนัดเลี้ยงรุ่นครับ สนุนดีครับ ทางค่ายสุริโยทัย นายทหาร ครูฝึก และผู้บังคับบัญชาของเราทุกท่าน ก็ให้เกียรติเราด้วยนะครับ เพราะทุกท่านจะถือว่าเรามาทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ไม่ได้หนักหนาสาหัส หรือลำบากแต่อย่างใด มีก็แต่ไม่ได้นอนห้องแอร์เท่านั้น อาหารการกินก็ไม่ต้องห่วงหากเราไม่ชอบอาหารที่กินรวมกันในโรงอาหาร เราก็กินนิดเดียว แต่เชื่อผมเถอะถึงตอนนั้น ผมเห็น 2 จานทุกคน อันนี้กินกันตาย แต่ถ้าจะเอาอร่อยต้องไปสั่งร้านอาหารของภรรยาครูฝึกแทน

ข้อดีของการไปฝึกอีกหลายเรื่อง ก็เช่น ไม่เป็นการขาดงานเพราะมีกฎหมายรองรับ แถมตอนไปฝึกได้เบี้ยเลี้ยงจากการฝึกอีกต่างหาก สมัยผมได้ร้อยกว่าบาท ตอนกลับได้เงินกลับบ้านอีกเกือบ 3 พัน เดี๋ยวนี้คงได้เกือบ 6 พันแน่ๆ เงินเดือนก็ไม่ถูกหัก แต่แนะนำว่าก็ต้องเคลียร์งานไว้ให้เรียบร้อย



ผมได้ไปฝึกที่ค่ายสุริโยทัย หัวหินครับ ระหว่างฝึกภาคทฤษฎีและปฏิบัตินั้นจะฝึกที่ค่ายสุริโยทัย 7 วัน อีก 7-12 วัน (ผมจำไม่ค่อยได้นะครับ อาจผิดพลาด) ไปฝึกภาคสนามที่ค่ายธนะรัชต์ มันส์มากครับ ผมได้เจอเพื่อนโยธินบูรณะ ได้เจอเพื่อนพระจอมเกล้า ธนบุรี ได้วางลวดหนาม ได้วางระเบิดแล้วเดินออกมาเท่ห์ๆ เหมือนในหนังภาพยนตร์ ได้ขุดหลุมบุคคล ได้ทำห้องส่วมให้ผู้บังคับบัญชา ได้ทำที่พักของฝ่ายโยธา ที่ครูฝึกชมว่าเยี่ยมมาก สมเป็นฝ่ายโยธา จนให้หน่วยงานอื่นๆ มาดูเป็นตัวอย่าง ยังจำได้ดี เสียดายที่ภาพไม่ได้อยู่ที่ผม แต่ผมจำ Layout ได้หมด อาจสเก็ตภาพมาแบ่งปันในภายหลังนะครับ เพราะตอนนั้นส่วนพื้นที่ของฝ่ายเราผ่านการวางแผนจากพวกเราทุกคนในฝ่าย จึงแตกต่างจากการตั้งหน่วยเมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยอื่นอย่างมาก


ผมเรียน รด. 3 ปี แต่ก็ต้องฝึกกำลังพล นะครับ


นี่ครับหน้าค่ายสุริโยทัย หัวหิน ที่ผมไปฝึกมาครับ เมื่อกว่า 15 ปีมาแล้ว
(ขอบคุณภาพจาก Google search)


อาคารนอนของพวกเรา ที่มีหน้าตาเหมือนกันทุกค่ายครับ
(ขอบคุณภาพจาก Google search)


ภาพที่ระลึกของหน่วยช่างโยธาของเราตอนฝึกภาคทฤษฎีและปฏิบัติครับ
ผมอยู่ท่านั่งขวามือครับ เรามีกันแค่ 9 คน 

ถ้าผมจำไม่ผิดหน่วยนี้ต้องมีเกือบ 50 คน แต่เพราะว่ามีคนไม่ยอมมาเข้ารับการฝึกตามหมายเรียก จึงทำให้มีกำลังพลเข้าฝึกเพียง 400 กว่าคน จากที่ต้องเข้าฝึกเกือบ 1 พันคน คือการฝึกภาคสนาม จะเรียกว่า การฝึกระดับกองพัน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับการฝึกตามกำลังพลที่มาร่วมฝึกครับ

ตอนฝึกมีเรื่องน่าตื่นเต้นด้วยนะครับ 2 เรื่อง คือ มีการปะทะกันของประเทศเพื่อนบ้าน และมีการผลักดันกองกำลังเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญ 2 เหตุการณ์ คือ การขอรับบริจาคเลือกให้กับทหาร และมีการเคลื่อนพลออกจากพื้นที่ แต่เนื่องจากเราไม่ใช่ทหารที่ประจำการ จึงแค่เคลื่อนพลเฉยๆ ที่ประชิดกับพื้นที่ผลักดันก็จะเป็นทหารประจำการ พวกเราก็เพียงตัวประกอบ / ปัจจุบันนี้แอบคิดไปว่า ทางค่ายอาจแค่สร้างสถานการณ์ก็ได้ครับ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการฝึก แต่ก็ยอมรับว่าสมจริงมากครับ ตื่นเต้นมาก และผมก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคเลือดครับ

ที่ประทับใจอีกเรื่อง คือ ผมได้เป็นพลยิงเข้าภูเขา เพื่อสร้างสถานการณ์ สร้างบรรยากาศ ว่ามีการตอบโต้จากข้าศึก ให้กับหน่วยทหารราบด้วยครับ ผมได้ยิงปืนกลเกือบ 300 นัด หูชาเลยครับ ซึ่งเป็นภาพที่ผมนึกถึงในอดีตตอนที่เห็นคลิปประชาสัมพันธ์การเรียกพลสำรองเข้าฝึกครับ

เพื่อนๆ น้องๆ ที่ได้อ่านเจอบทความนี้ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปฝึกกันนะครับ ถ้าใครน้ำหนักมากก็ถือว่าไปลดนำหนักด้วยครับ

เขียนบทความวันที่ 2 มิถุนายน 2556

2 comments:

  1. ประสบการณ์ของชายไทย ที่ผู้หญิงไม่มี

    แต่ก่อนใช้นามสกุล โรจน์บัวทอง ไม่ใช่ ลิ้มนนทกุล

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่ครับ นามสกุลของอากู๋ จึงตัดสินใจตั้งนามสกุลเอง กว่าจะผ่านการยอมรับจากอาม่า (คุณยาย) ก็ยากเอาการครับ

      Delete