ผมเจอเธออีกครั้งตอนอายุ (20) : นึกถึงความผิดพลาดในอดีต เพราะมีพี่คนหนึ่งมาเยี่ยมที่บ้าน

สวัสดีครับทุกคน สำหรับบทความในตอนนี้ ผมอยากเขียนถึงพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ พี่จันดี ผมรู้จักพี่จันดีครั้งแรก เพราะเราทำงานที่เดี่ยวกัน ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ผมเป็น Sales Representative เกี่ยวกับระบบน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม เราอยู่กันคนละแผนก จึงไม่ค่อยได้คุยกัน


จากนั้น เท่าที่ผมทราบ พี่จันดีก็มาเป็นตัวแทนประกันเต็มตัว ในความรู้สึกของผมน่าจะเรียกว่าเป็น ตัวแทนประกันมืออาชีพ น่าจะเหมาะมากกว่า และผมก็ได้มาติดต่อกับพี่จันดีอีกครั้งก่อนที่ผมจะรถคว่ำไม่นาน

ก่อนที่ผมจะประสบอุบัติเหตุจนเป็นผู้ทุพพลภาพ ไม่นาน ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะไม่ถึง 2 สัปดาห์ พี่จันดีก็คะยั้นคะยอผมมากๆ ตื้อให้ผมทำประกันชีวิต+สุขภาพให้ได้ ในใจของผมนั้นอยากทำมากๆ แต่ผมยังไม่ได้รับเงินจากผู้ว่าจ้าง จึงอยากรอเงินก้อนนั้นก่อน เพราะค่าเบี้ยประกันฯ ไม่สูงมาก ไม่ถึง 20,000 บาท แต่ผมตัดสินใจเรื่องนี้ผิดพลาด


วันที่ผมได้กลายเป็นผู้ทุพพลภาพที่โรงพยาบาล ผมรู้สึกแย่มากๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องที่ผมไม่ยอมเสียค่าเบี้ย เพื่อทำประกันชีวิตฉบับเต็ม (ทั้งๆ ที่ผมก็มีประกันอุบัติเหตุจากหลายกรมธรรม์) เพราะประกันฯ ในลักษณะนี้สามารถจะลดค่าใช้จ่ายขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี


ผมรอเงิน (ซึ่งเป็นเงินที่ผมถูกโกงเสียด้วยครับ ถึงรอก็ไม่ได้) ผมจึงไม่ทำประกันฯ ในทันทีทันใด ผู้อ่านทุกท่านครับ ผมขอเอาประสบการณ์ตรงของผมเป็นอุทธาหรณ์สอนทุกท่านเลยนะครับว่า


" ถ้าท่านมีใจ ให้ความสำคัญ กับประกันชีวิตอยู่แล้ว อย่ารอครับ ควรทำทันที และถ้าท่านยังไม่พร้อมเรื่องการเงิน ท่านควรปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตที่ท่านสนิท หรือไว้ใจทันที ตัวแทนเหล่านั้นจะหาทางออกให้ท่านเอง "


เพราะตัวแทนเหล่านั้น จะแนะนำ และช่วยเหลือท่านเอง เช่น ผ่อนจ่ายได้ไหม ใช้บัตรเครดิตได้ไหม เป็นต้น และที่สำคัญ แค่ท่านอยากทำประกันฯ แค่นั้นบรรดาตัวแทนก็ดีใจ จนไม่รู้จะร้องเพลงอะไรอยู่แล้ว

ทำไปเถอะครับ ประกันชีวิตฯ ช่วยเหลือท่านได้จริงๆ ไม่มากก็น้อย ถ้าท่านได้ป่วยสักครั้ง ได้ประสบอุบัติเหตุสักหน แล้วท่านได้ใช้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาล แล่วท่านรู้สึกว่า


ท่านไม่ได้เสียเงินค่ารักษาพยาบาลสักบาท แล้วที่สำคัญ

ท่านพบว่า ประหยัดเงินตรงส่วนรักษาพยาบาล มีมูลค่ามากกว่าค่าเบี้ยประกันฯ

ท่านได้เงินค่าชดเชยในกรณีที่ต้องพักรักษาตัวตามจำนวนวัน

ท่านได้รับการดูแล เอาใจใส่เป็นอย่างดีจากโรงพยาบาล

ท่านรับรู้ได้ถึงความมั่นใจ ความมั่นคง ถึงชีวิตของตัวเอง ว่าจะได้รับการดูแล เป็นต้น


สิ่งเหล่านี้ท่านจะพบได้กับสิทธิ์ ความช่วยเหลือ ของกรมธรรม์ประกันชีวิตฯ ทำไปเถอะครับ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง

ตัวอย่างของผม แสดงถึงการเสียโอกาสที่จะได้ทำประกันชีวิตให้กับตัวเอง ผมมีความเห็นว่า การทำประกันคือความแน่นอนของการดำเนินชีวิต คนที่ทำประกันให้กับทุกอย่างในชีวิต เช่น ประกันชีวิต ประกันภัยรถ ประกันอัคคีภัยบ้าน หรือแม้แต่การประกันภัยโจรกรรม การประกันภัยอีกประเภทที่บางคนไม่ค่อยนึกถึง แต่ผมทำ เพราะงานผมมีความเสี่ยง คือประกันภัยสถานที่

เช่นเมื่อก่อนผมเคยทำงานรับเหมา ผมจึงซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสถานที่ เมื่อเวลาเข้าไปทำงาน แล้วผู้รับเหมาของเราเกิดทำงานผิดพลาดทำให้เกิดความเสียหาย มูลค่า 200,000 บาท เราต้องรับผิดชอบ 10% ที่เหลือบริษัทประกันฯ จะออกให้ทั้งหมด เป็นต้น

ถ้าเพื่อนๆ ผู้อ่าน กำลังตัดสินใจว่าทำประกันดีหรือไม่ ผมเชียร์เป็นการส่วนตัวครับ ควรทำทันที อย่ารอ อย่าเสียเวลา ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ถ้าเป็นอะไรไป ทำงานไม่ได้ ส่งไม่ได้ ก็โดนยึดครับ ชีวิตคนเราไม่แน่นอน แต่ถ้าคุณผ่อนเบี้ยประกันชีวิต เป็นอะไรขึ้นมา มีแต่ได้กับได้ ถือว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย


ภาพพี่จันดีที่มาเยี่ยมที่บ้าน

ผมขอให้ข้อมูลของพี่จันดีหน่อยครับ พีจันดี เป็นตัวแทนประกันฯ ของอยุธยาซีพีฯ เป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่ได้ทำธุรกิจอื่นเลย เป็นตัวแทนมาเกือบ 20 ปีแล้ว ไว้วางใจได้ เป็นคนใจดี ดูแลผู้เอาประกันอย่างดี ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาตัวแทนดีๆ แล้วยังไม่มี ก็ลองติดต่อพี่จันดีได้ที่ 081-5653933

หวังว่าบทความนี้ อาจทำให้เพื่อนๆ ได้แง่คิดเกี่ยวกับประกันบ้างนะครับ


ขอบคุณครับ


ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
Tel. & Fax.: 02-924-2726
email : preeda.limnontakul@gmail.com

update : Sep 10, 2007

No comments:

Post a Comment