28 : ถ้าคุณรู้ว่าชีวิตของคุณเหลืองอีกเพียง 1 ปี คุณจะทำอะไร

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน จริงๆ แล้วขณะที่ผมพิมพ์บทความนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพิมพ์บทความตามหัวข้อเลย แต่กลับตั้งใจจะพิมพ์บทความเกี่ยวกับการไปประชุมที่ UNESCAP หรือการไปออกบูธ ที่ศูนย์ฯ สิริกิตต์ แต่ผมกลับแว๊บขึ้นมาในสมองถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 ปีก่อน ในวันที่ผมกลับไปที่บางมด (มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า ธนบุรี ในปัจจุบัน) สถาบันเก่าของผม

ผมมีเวลาน้อยในการสอบสัมภาษณ์รุ่นน้องผมจึงตั้งคำถามตามแนวความคิดของผม ผมใช้เวลา 2 วันในการสอบสัมภาษณ์ แต่สุดท้ายผมไม่ได้รุ่นน้องสักคน ตามที่ผมต้องการ เพราะน้องๆ 4 คนสุดท้าย มองว่าผมโหดเกินไป (ถ้ามีโอกาสผมจะเล่าให้ฟัง) เอาเป็นว่าผมขอเล่าถึงคำถามชุดหนึ่งกับรุ่นน้องในการสัมภาษณ์รอบแรกเลยละกันครับ (เดี๋ยวจะยาว)

"ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 ปี คุณจะทำอะไร"

เพื่อนๆ ลองคิดตามก็ได้นะครับ ส่วนผม วันนี้ผมคงไม่ตอบเหมือนเมื่อ 7 ปีก่อน ถ้าเป็นตอนนี้ ผมคงตอบว่า "อยากใช้หนี้ให้หมด เพื่อให้อะไรๆ ในชีวิตดีขึ้น ทั้งกับเจ้าหนี้ และคนที่ผมรักทุกคน และอยากสะสางงานต่างๆ เท่าที่ทำได้ครับ" แล้วเพื่อนๆ ละครับ คิดจะทำอะไรบ้าง งั้นลองดูคำถามต่อเนื่องที่รุ่นน้องผม ร้องโหกันเลยครับ

"ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 เดือน คุณจะทำอะไร"

คำถามนี้ ตอบยากพอสมควร เพราะถ้าใช้หนี้ก็คงไม่ทัน ใช้หนี้ไม่ได้ คนสำคัญๆ รวมถึงเจ้าหนี้ ก็คงไม่ยอมรับเราอยู่ดี ไปบอกว่าจะตายอีก 1 เดือน ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แล้วผมจะตอบว่ายังไงดี เพื่อนๆ ละครับ มีคำตอบรึยัง.....................

หลังจากหยุดคิดอีกสักพัก เอาเป็นว่าผมขอตอบละกัน "ผมอยากจะ............ไปสั่งเสียทุกคนที่ผมรัก และจะเขียนหนังสือขอโทษถึงเจ้าหนี้ทุกคน เขียนไอเดียทุกอย่างเก็บไว้ในบล็อก (ของ Blogger) และทำหนังสือถึง Google ให้เก็บบล็อกของผมไว้ตลอดไปครับ" เอาซะเหนื่อยเลย กว่าจะตอบได้ และจะพยายามรวบรวมเงินทั้งหมดเท่าที่มี และแบ่งจ่ายตามสัดส่วนให้กับทุกคนเท่าที่ทำได้ แต่เนื่องจากผมมีงานที่กำลังทำอยู่ ซึ่งอาจจะ (อาจจะนะครับ) มีผลกำไรบ้าง ก็อาจจะแจ้งกับหุ้นส่วนว่า ถ้ามีผลกำไรบ้างในส่วนของผม ก็ช่วยแบ่งปันให้ทุกคนตามสัดส่วน ที่เหลือผมจะตามไปเคลียร์ให้อีกทีในโอกาสหน้า (หมายถึงชาติหน้านะครับ เพราะส่วนตัวผมมีความเชื่อเรื่องวัฎจักรการเวียนว่ายตายเกิด)

พอเหลือ 1 เดือนดูทุกอย่างจะยุ่งยากไปหมด ต้องทำหลายอย่างแบบไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ แล้วถ้าเป็นโจทย์ต่อไปละครับ (ลืมบอกไปครับ คราวนี้รุ่นน้องผมร้อง "โหพี่")

"ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 สัปดาห์ คุณจะทำอะไร"

"โอ้โห" เสียงร้องรุ่นน้อง ดังเลยครับ คราวนี้ยากพอสมควรเหลืออีกเพียงแค่ 7 วัน ผมคงทำเหมือนกับ "เหลือเพียง 1 เดือน" แต่อาจจะเดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ เพราะคงไม่มีเวลาขนาดนั้น คงทำเป็นเอกสารทั้งหมด แต่สำหรับครอบคัวม้าไพทุกคน โดยเฉพาะม้าไพ ที่ผมอยู่ด้วยกันคงร่ำลาด้วยตนเองอยู่แล้ว และผมคงจะต้องไปหาอาม้า และคนที่รัก คงทำได้แค่นี้

แล้ว "ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 วัน คุณจะทำอะไร"

ผมคงจะรีบเตรียมเอกสารที่กล่าวมา และฝากน้อง (ลูกม้าไพ) ให้ช่วยส่งให้ และร่ำลาเฉพาะคนที่รัก เคารพ เหมือนที่กล่าวมา แต่ก็ต้องรีบหน่อยเพราะมีเวลาแค่ 1 วันเท่านั้น ดูเหมือนว่า ถ้าคนเรารู้ได้ถึงขนาดนั้นว่า จะเหลือชีวิต 1 ปี หรือ 1 เดือน หรือ 1 สัปดาห์ หรือแม้แต่ 1 วัน ก็คงจะดี คงเตรียมการอะไรบางอย่างได้ทันท่วงทีพอสมควร จริงไหมครับ

แต่ผมคิดว่าชีวิตคนเรามันไม่สวยหรูอย่างที่ผมเขียนบทความเลยครับ น้อยคนที่จะรับรู้ได้ถึงขนาดนี้ บางคนจมอยู่กับความทุกข์เมื่อรู้ว่าตัวเองเจ็บป่วย อาจเหลือชีวิตแค่ 6 เดือน หรือ 3 เดือน หรืออาจจะ 5 วัน แต่กลับใช้วันที่เหลือกับความกังวลใจต่างๆ แต่อาจจะลืมไปว่า เวลาอันมีค่าที่เหลืออยู่ควรทำอะไรบ้าง ที่ควรจะทำ เพราะอะไรรู้ไหมครับ

ผมคิดว่า คนส่วนใหญ่มักจะต้องเจอกับคำถามว่า

"ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 ชั่วโมง คุณจะทำอะไร" ส่วนตัวผมแล้วนะครับ มันยังมากพอนะครับที่ผมจะทำอะไรได้อีกพอสมควร เพียงเพราะคิดเรื่องเหล่านี้ในสมองไว้แล้ว และมันยังมากพอที่ผมจะได้สั่งเสียทุกๆ คนที่ผมรักและเคารพ

แต่ "ถ้าคุณรู้ว่า ชีวิตของคุณเหลืออีกเพียง 1 นาที คุณจะทำอะไร"

ผมคงบอกม้าไพว่า"ผมเตรียมเอกสารไว้แล้วในแฟ้มครับช่วยจัดการด้วย" "ผมรักม้าไพ ขอบคุณที่ดูแลผมเป็นอย่างดี ชาติหน้าเราคงได้พบเจอกันอีกผมจะมาทดแทนความดีของม้า" และผมจะฝากบอกกับครอบครัวของม้าไพว่า "ผมรักครอบครัวม้าทุกคน ที่รักและดูแลผมเหมือนผมเป็นคนในครอบครัว คงได้เจอและทดแทนกัน"

ผมจะฝากบอกม้าไพกับคนที่ผมรักว่า "ช่วยบอกเธอด้วยว่า ขอโทษที่ผมเป็นแบบนี้ ผมยังรักเธอตลอดไป" สุดท้ายผมจะฝากม้าไพว่า "ช่วยฝากบอกกับม้าว่า ผมรักม้า ผมขอโทษที่ไม่สามารถตอบแทนคุณได้ ขอทดแทนในชาติหน้า ผมรักน้องๆ ทุกคนครับ"

เพื่อนๆ คิดว่าบทความนี้พอจะได้อะไรบ้างไหมครับ มันเป็นบทความที่ผมพยายามจะเรียบเรียง อีกครั้ง ย้อนหลัง มันเป็นความรู้สึก และตัวอย่างของของคำตอบของผมคนเดียว ของเพื่อนๆ เป็นอย่างไร เพื่อนๆ จะทำอะไร แต่ถ้าเพื่อนๆ มองว่า ไม่เข้าท่า คงไม่เป็นไร แค่เพื่อนๆ ได้อ่านมาถึงตรงนี้ ก็ต้องขอบคุณมากๆ แล้วครับ

ขอบคุณครับ
ปรยา
5/5/2551

2 comments:

  1. เรื่องนี้ ได้สติเยอะเลย ต๋อง
    แต่เหลือแค่ 1 นาที จะพูดยาวขนาดนั้น สงสัยต้องพูดเหมือน เครื่องดื่มชูกำลังนะ
    เพราะแค่อ่าน แบบตั้งใจ ยังจะเกินนาทีเลย

    ReplyDelete