41 : เรื่องย่อบทละคร ที่ยัง "ไม่ได้ตั้ง" ครับ ช่วยตั้งชื่อให้หน่อยสิครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ตามอ่านบทความของ "ปรยา" หรือของผมเอง ที่เฉพาะบล็อกนี้ผมตั้งใจว่าจะเขียนเกี่ยวกับทางด้านความรู้สึกเมื่อ "อยากเขียน" แต่ถึงกับจะให้เป็น "นักเขียน" คงไม่ได้หวังเท่าไหร่นะครับ และแล้วก็มาถึงวันที่รอคอย (เริ่มแรก) ที่ผมได้เห็นข่าวทางช่อง 7 ที่ประกาศรับสมัคร “โครงการค้นหาคนเขียนบท” ของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ผมจึงรีบปั่นบทละครย่อ ภายใน 1 วัน ทบทวนประมาณ 2 รอบ เพราะว่ากลัวผิดพลาด (ส่งไปแล้วมีผิดอักขระจนได้ครับ 2 จุด แต่แก้ไขแล้วครับ ที่จะเอามาลงให้เพื่อนๆ อ่านครับ) เริ่มเลยนะครับ

.................................................................

ณ ปลายปี พ.ศ.2544 ประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจากภาวะฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 ที่เรียกกันว่า “โรคต้มยำกุ้ง” ถนนหนทางถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มากมายหลายเส้น ซึ่งก็นับรวมถึง ถนนราชพฤกษ์ ที่ถือว่าเป็น ถนนเส้นหลักที่ตัดเชื่อมถนนสำคัญๆ หลายเส้นทาง คืนวันหนึ่ง ปลายปี พ.ศ.2544 นั้นเอง มีชายคนหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุบนถนนเส้นนี้ ชายคนนี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว จากเบื้องบน สร้างความลำบากใจมากๆ ให้กับผู้กำหนดชะตาชีวิตของชายผู้นี้ เพราะ “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนว่า ต้องทำให้ชายผู้นี้ กลายเป็นคนพิการแบบว่า ให้เป็นหนักๆ พิการนิดหน่อยไม่ได้ แต่อย่าให้หนักถึงขนาดทำอะไรไม่ได้เลย ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำตลอด ห้ามตายด้วย แถมถูกเบื้องบนดักคอไว้เรียบร้อยแล้วว่า ถ้าจะทำเป็นให้เกิดอุบัติเหตุ จนพิการ ก็ต้องห้ามมีคู่กรณี หมายถึงมีคนอื่นมาบาดเจ็บด้วย สร้างความหนักใจให้ “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” มากๆ จนต้องถึงกับไปศึกษาว่า ชายคนนี้ดำเนินชีวิตอย่างไร แล้วต้องดลบันดาลอย่างไรให้ชายคนนี้พิการ และยังต้องไปศึกษาอีกว่า ต้องพิการแบบไหนถึงจะเข้าตามเกณฑ์ทีโออาร์ (TOR หรือ ข้อกำหนดคุณสมบัติ ของการพิการ) ของชายคนนี้ รวมทั้งต้องสร้างสถานการณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้วย เพราะว่าในอนาคตชายคนนี้จะกลายเป็นบุคคลสำคัญสำหรับคนพิการทั่วทั้งประเทศไทย เขาจะต้องเข้ามามีบทบาทที่ทำให้คนพิการมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เป็นตัวอย่างของการไม่สิ้นหวัง ไม่ท้อแท้ของคนอีกจำนวนมาก การดำเนินชีวิตของชายคนนี้ขณะที่พิการ จะกลายเป็นแรงผลักดันของคนอีกจำนวนมากมาย แม้แต่คนปกติ

และเมื่อทุกอย่างพร้อม เก็บข้อมูลของชายคนนี้เรียบร้อย กำหนดสถานการณ์เรียบร้อย ตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเรียบร้อย แต่ “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” ท่านนี้ กลับไม่รู้เลยว่า ยังมีกลุ่มมารที่กำลังจะเสียผลประโยชน์จากการดำเนินชีวิตของชายผู้นี้ ขณะเป็นคนพิการ ทั้งการรัดเอาเปรียบ ทั้งความหิวโหย ทั้งอาชญากร และอีกมากมายที่ชายคนนี้กำลังจะทำให้สิ่งเหล่านี้หายไป ความดีของเขาจะทำให้คนในสังคมเกิดความกระตือรือร้น ตั้งใจทำมาหากิน สังคมคอยช่วยเหลือกัน แบ่งปันสิ่งดีๆ ต่อกัน กลุ่มมารจึงยอมไม่ได้ ต้องขัดขวางทุกวิถีทาง และทางเดียวที่จะทำได้ คือต้องให้ชายคนนี้ตายให้ได้ กลุ่มมารจึงเตรียมการเช่นกัน คอยเฝ้าสังเกตว่า ชายคนนี้มีจุดไหนที่จะพลาดได้บ้าง จะได้ลงมือฆ่าได้ทันที แต่กลุ่มมารก็ต้องพบกับความผิดหวังเรื่อยมา เพราะว่าจะทำอะไรก็ไม่สำเร็จ หลอกล่อให้ทำชั่ว ให้เข้าไปสถานอบายมุข เพราะกลุ่มมารทราบว่าจะมีเหตุการณ์ยิงกัน แล้วจะให้ชายคนนี้โดนลูกหลง ก็ไม่สำเร็จ ชายคนนี้ไม่ยอมไปสถานที่อบายมุข เนื่องจากชายคนนี้มี เทวดาประจำตนที่เข้มแข็งมาก

เมื่อข้อตกลงระหว่าง “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” กับ เทวดาประจำตน ของชายผู้นี้ลงตัว เทวดาฯ ทราบถึงเหตุผลของเบื้องบนว่า มันเป็นชะตาชีวิตของเขาที่ถูกกำหนดมาเพื่อมวลหมู่คนพิการในประเทศ ที่กำลังรอความช่วยเหลือจากชายผู้นี้ ก็จำยอมต้องร่วมมือด้วย ตี 4 กับอีก 15 นาที ของวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2544 เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเกิดเหตุ ทุกอย่างพร้อม อุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่ลงตัวที่สุด กำลังจะเกิดขึ้น เพราะว่าเคยผิดพลาดจากการวางแผนให้รถพลิกคว่ำมาหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ

ระหว่างที่เหตุการณ์อุบัติเหตุกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี กลุ่มผีเร่ร่อนที่รับจ้างจากกลุ่มมารให้มาขัดขวาง และทำให้ชายคนนี้ต้องตาย ก็รีบเข้ามาเปลี่ยนแปลงแผนการ มันเร็วมาก ช่วงเสี้ยววินาที “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” และ เทวดาฯ ถูกขัดขวางจากกลุ่มมารที่มีฤทธิ์มาก ทันใดนั้น วิญาณตนหนึ่งก็เข้ามาช่วยเหลือจากคำแนะนำของ “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” จนทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แล้วก็มีคนมาเคลื่อนย้ายชายคนนี้อย่างผิดวิธีจน ในที่สุด คณะแพทย์ก็ลงความเห็นว่า ชายคนนี้ต้องเป็น “ผู้ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร” และสมองอยู่ดีครับถ้วนตามข้อกำหนดในทีโออาร์ทุกอย่าง

ชีวิตที่พลิกผันของชายผู้นี้ แทบไม่ได้กระทบกระเทือนจิตใจของเขาเลย ที่จะสิ้นหวัง ท้อแท้ ไปกับความพิการรุนแรงที่เขาได้รับ ชายผู้นี้ได้สร้างความประทับใจกับผู้คนในโรงพยาบาล ทั้งคุณหมอ นางพยาบาล นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยฯ เพื่อนๆ ทั้งที่เรียนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ตลอด 4 เดือนครึ่ง ที่เขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เขาเริ่มทำงาน เริ่มก่อตั้งบริษัท ที่เขาตั้งใจไว้ เขาทำทุกอย่างที่เคยคิดไว้ และได้รับความช่วยเหลือจากเทวดาประจำตัวของเขาเอง ตามจิตที่มุ่งมั่น แต่ว่ามันก็ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น เพราะกลุ่มมารยังคอยขัดขวางตลอดเวลา พวกมันยังต้องการจะฆ่าเขาให้ตายในโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ เพราะกลุ่มมารรู้ดีว่า ที่บ้านของชายผู้นี้ มีเจ้าที่ระดับอาวุโส หรือจะเรียก ซุปเปอร์ซีเนียร์เอ็กเซคคูทีฟเจ้าที่ (Super Senior Executive) ที่มีฤทธานุภาพกล้าแข็ง พวกมันคงจะกระทำการใดๆ ลำบากแน่ๆ ถ้าชายผู้นี้กลับบ้านไปได้ การต่อสู้ระหว่างกลุ่มมาร กับเทวดาประจำตัว นั้นเข้มข้นมาก แต่ในที่สุด ชายผู้นี้ก็ได้กลับบ้าน

เขากลับบ้านถึงบ้านและดำเนินชีวิตทั้งส่วนตัว และการทำงานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ในระยะเริ่มต้น เขาต้องปกปิดความพิการกับคู่ค้า เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเชื่อถือ แต่ผลงานของบริษัทของชายผู้นี้ โดดเด่นมาก กับคู่ค้าที่เป็นบริษัทที่มาจากต่างประเทศ ชื่นชม กับผลงาน จนได้รับความไว้วางใจอย่างคาดไม่ถึง สร้างความประหลาดใจในหลายๆ ผลงาน แต่ตลอดเวลาก็ยังคงได้รับอุปสรรคต่างๆ จากกลุ่มมารตลอดเวลา พวกมันทำทุกทาง พวกมันทำให้ชายผู้นี้ต้องย้ายออกจากบ้านของเขา ไปอยู่ที่ใหม่ บ้านที่พวกมันเตรียมการไว้ จนในที่สุด ช่วงนั้นเองที่เทวดาประจำตัวของเขากำลังอ่อนแอลง จากการกระทำที่ผิดทางของชายผู้นี้ (เพราะชะตากำหนด) ธุรกิจของเขาก็ล้มเหลว เกิดปัญหาชีวิตรุมเร้า มากมาย อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของชายผู้นี้ มันหนักหนากว่าตอนที่เขารถคว่ำ แล้วต้องเป็นคนพิการรุนแรงเสียอีก โดยกลุ่มมารหวังว่า ชายผู้นี้จะฆ่าตัวตาย

ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน บวกกับเทวดาฯ เริ่มมีพละกำลังมากขึ้น จนกระทั่ง “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” กลับมาพร้อมกับ หญิงชราวัย 50 กว่าปี ที่ชายผู้นี้ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทั้งสองผูกพันกันในภพภูมิก่อน หรือชาติที่แล้วนั้นเอง หญิงชราผู้นี้ค้นหาชายผู้นี้มานานแสนนานกว่า 30 ปีตามคำทำนายของ “ผู้หยั่งรู้” ที่มีตาทิพย์ (ตัวละครต้องตาบอด) ชาวจีน ที่ได้บอกกับหญิงชราว่า “ลูกที่แท้จริงของเจ้าจะเป็นผู้มีบุญ แต่จะต้องพิการอย่างหนัก เมื่อไหร่ที่เจ้าเห็นเตียง และถุงฉี่ เมื่อนั้นเจ้าจะพบลูกของเจ้า” หลังจากที่หญิงชราผู้นี้ค้นหาลูกที่แท้จริงของตัวเอง มาตลอด 30 ปี ทั้งจากข้างถนน จากสถานสงเคราะห์ และมูลนิธิต่างๆ ในที่สุดจากการจัดฉากของ “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” หญิงชราเดินขึ้นบันไดมา เธอตื่นเต้นมาก เธอได้ยินเสียงของชายผู้ซึ่งพิการ ทันทีที่เธอเห็นขาเตียงและถุงฉี่ ตามคำทำนายของ “ผู้หยั่งรู้” เธอขนลุก ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นหน้าชายพิการ จนในที่สุด เธอได้มาเห็นหน้าตาของชายผู้นี้ เธอรู้สึกอิ่มเอม เมื่อเธอได้สัมผัสปลายเท้า ที่ชายผู้นี้ไม่รู้สึกตัว เธอสัมผัสแรกได้ถึงความเป็นแม่อย่างบอกไม่ถูก

ระหว่างที่เธอเดินทางกลับจากการมาหาครั้งที่ 2 กับสามีของเธอ ก็ได้นิมิตถึง “ย่าโม” ที่เธอเคารพ ว่าต้องรีบรับเป็นลูกจากแม่ของชายผู้นี้ ไม่อย่างนั้น ทั้งครอบครัวของชายผู้นี้ และชายผู้นี้จะต้องมีอันเป็นไป หญิงชราต้องเอาบุญบารมีของเธอมาช่วยเหลือครอบครัว และชายผู้นี้ และภารกิจสำคัญ เธอต้องนำชายผู้นี้ออกจากที่จองจำ ซึ่งก็คือบ้านหลังที่ชายผู้นี้อยู่ ที่ได้ถูกกลุ่มมารใช่เล่ห์อุบายทำให้กลายเป็นที่จองจำและเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ต่างๆ มากมายให้เร็วทีสุด ให้พาไปยังที่ที่ควรจะอยู่ เพราะชายผู้นี้ยังต้องทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นอีกมาก

ตึกแถว 4 ชั้น ริมถนน แถวท่าน้ำปากเกร็ด มีเจ้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้ามากๆ คอยให้คำปรึกษาทางความคิด (คืออยู่ดีๆ ชายผู้นี้ก็จะปิ๊งไอเดียบรรเจิด ด้านงานต่างๆ ได้อย่างไม่นาเชื่อ หรืออีกนัยหนึ่ง อาจจะเรียกว่าคิดได้ ตอนทำสมาธิก็น่าจะได้) ตึกหลังนี้มีอะไรแปลกๆ ประหลาดๆ ที่ทำให้หญิงชรา และชายผู้นี้ ได้พบเจอหลายอย่าง แต่ก็เป็นไปในทางที่ดี กลุ่มมารยังคอยตามราวีไม่เว้นวาง เพราะว่าสิ่งที่พวกมันกลัวว่าชายผู้นี้กำลังจะทำสำเร็จเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว หญิงชราและชายผู้นี้ยังต้องต่อสู้กับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ ต่อสู้กับกลุ่มมาร ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาเธอและเขาไม่ทราบเลย ทั้ง 2 คนยังได้รับความช่วยเหลือจากเทวดาประจำตัว จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เธอนับถือ และจาก “ผู้ดำเนินการชะตาชีวิต” ที่ต่อสู้กับกลุ่มมาร และเจ้ากรรมนายเวร ที่คอยตามทวงความแค้น ที่ชาติปางก่อนทั้ง 2 คนได้ร่วมสร้างกันไว้ อย่างเข้มข้น ความช่วยเหลือจาก “ผู้หยั่งรู้” ที่ทั้ง 2 คนต้องไปหาเป็นระยะๆ เมื่อถึงเวลาอันสมควร นั้นสามารถช่วยทั้ง 2 คนได้อย่างน่าอัศจรรย์

ตอนจบของเรื่อง ก็คงจะหนีไม่พ้นที่ชายผู้นี้ กับหญิงชรา ที่ยังคงต้องมีภารกิจสำคัญต่อไป กับการไปช่วยเหลือผู้คนทั่วโลก ตามที่ทั้ง 2 คนได้ตั้งปณิธานไว้ก่อนที่จะตายเมื่อชาติที่แล้วร่วมกัน เพื่อจะได้ชดใช้เวรกรรมให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ในชาตินี้

สู้ต่อไป ให้ถึงที่สุด

จบครับ

......................................................................................

ถ้าเพื่อนๆ ลองอ่านจบแล้ว จะช่วยผมตั้งชื่อบทละครย่อให้ด้วยก็ดีนะครับ ในแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ เพราะผมเองยังนึกชื่อเรื่องไม่ออกเหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ
ปรยา
3/1/2552

2 comments:

  1. ประวัติส่วนตัว+ความเชื่อส่วนตัว
    แนะนำให้ดูหนัง "โคตรรัก เอ็งเลย"
    บทภาพยนต์หรือละคร จะให้สนุก
    คนดูต้องเดาเนื้อเรื่อง ไม่ได้
    แต่ก็เป็นการเริ่มต้น ที่ไม่เลว

    ReplyDelete
  2. Comment ไป 1 ครั้ง แต่เผอิญ คงไม่เข้าระบบ

    ถ้าเขียนเป็นเรื่อง ระหว่างดำเนินเรื่อง
    คงต้องเพิ่มความอึดอัดให้ผู้ชมและผู้อ่าน
    ถึงอำนาจลึกลับ หรือความตื่นเต้นบางอย่างที่ข้อฉงนว่า
    ผ่านอุปสรรคแต่ละครั้งได้อย่างไร
    แล้วก็ทำประหนึ่งว่า จะมีความมหัศจรรย์พลิกผัน
    แต่สุดท้าย ความจริง ก็ คือ ความจริง ก็ได้
    ถ้าต้องการจบแบบ ไม่ผิดความจริงของชีวิต

    บวกการเสริมสร้างพลังใจ
    เป็นแบบอย่างให้ผู้ที่ท้อทอยกับชะตาชีวิตก็ดีมากเลยค่ะ

    พอดีอ่านนวนิยาย แปล หลายเรื่อง เนื้อหารวม นิดเดียว
    แต่การถ่ายทอด คำ ความรู้สึก ชวนให้น่าติดตาม บางครั้ง สร้างความอึดอัด
    ไม่ทราบเหมือนกันว่า เขาทำได้อย่างไร

    ส่วนเชื่อเรื่อง 1. เรื่อง โอกาส
    2 เรื่อง เงาแห่งชะตาหรือกรรม
    3 เรื่อง แม้สวรรค์ยังแอบช่วย (เฉยไปหน่อย)
    4 ดำเนิน

    ReplyDelete