95 : บทความชุด “ผมกำลังจะกลายเป็นผู้ประสบภัย” ตอนที่ 44 @ 5 พฤศจิกายน 2554 ชื่อตอน "ไฟฟ้านครหลวงไม่ได้ตัดไฟ แต่ถ้าหม้อแปลงระเบิดจะทำไงดีละทีนี้"

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ในชีวิตของความเป็นคน เรามักจะต้องพบเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน หรือไม่คาดคิดตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้แต่ภาวะน้ำท่วม พวกเราป้องกันน้ำท่วมเข้าตัวบ้านกันอย่างเต็มที่จนผ่านจุดอันตรายที่ระดับความสูงของน้ำท่วมนอกรั้วบ้าน 1.50 เมตรมาได้แล้ว จนปัจจุบันอยู่ที่ 1.30 เมตร แต่เรื่องไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานะครับ ประมาณ 11.30 น. เกิดไฟฟ้าดับ แน่นนครับ เราไม่ได้โดนการไฟฟ้านครหลวงมาตัดไฟ เช็ค 1130 ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างมาก เกิดจากการปรับปรุงระบบไฟฟ้า (1130 ว่างั้น)

หม้อแปลงที่ฟิวส์ระเบิด ภายในหมู่บ้าน

อีก 20 นาทีต่อมา ไฟฟ้าก็ติด ใช้งานได้ พวกเรากังวลใจเรื่องปั๊มไดโว่ที่ดูดน้ำมากๆ ว่าถ้าไม่สามารถใช้งานได้ เป็นเวลานานๆ จะทำอย่างไรดี กำลังคิดแก้ปัญหาหลายวิธี พอไฟมาก็เลิกคิดกัน เพราะว่า คิดกันว่าคงไม่มีอะไรแล้ว จนกระทั่ง 16.20 น. เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผมขอลำดับเหตุการณ์ ตื่นเต้นระทึกขวัญสำหรับพวกเราเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ
  1. ประมาณ 16.15 น. เราเปิดปั๊มไดโว่ทั้ง 4 ตัวให้ทำงานเพื่อเริ่มดูดน้ำที่ท่วมขังในบ้านที่สูงประมาณ 25 เซนติเมตรเทียบกับน้ำนอกกำแพง ดังนั้นถือว่า มีน้ำสะสมอยู่ในพื้นคอนกรีตหน้าบ้านค่อนข้างมากครับ
  2. ปรากฏว่า พอ 16.20 น. ก็มีเสียงดัง "บึ้ม" ทุกคนวิ่งไปดูหน้าบ้าน มองไปที่หม้อแปลงไฟฟ้าที่ห่างไปอีก 3 หลัง ตามที่คิดคือ น่าจะเป็นฟิวส์ระเบิด เป็นฟิวส์ตัวใหญ่ๆ ของหม้อแปลง แน่นอนว่า ผลคือ ไฟฟ้าดับทั้ง 2 หลัง (ที่บ้านมี 3 หลัง ที่มีมิเตอร์ไฟฟ้า) อีกหลังไม่ได้ใช้ไฟฟ้า (ที่สำคัญผมก็ไม่ทราบว่ามีไฟฟ้า ผมนึกว่าไม่ได้ขอมิเตอร์ครับ)
  3. อากู๋ เริ่มตะโกนถามบ้านข้างๆ ที่มีคนเฝ้าว่า ไฟฟ้าใช้ได้ไหม ปรากฏว่า ใช้ได้ แสดงว่า มีไฟฟ้าดับไม่ทุกหลังในหมู่บ้าน แต่แน่ๆ เลย คือ 2 หลังของเราไฟดับ จากสาเหตุดักล่าว
  4. คราวนี้โทรศัพท์กันให้วุ่นเลยครับ สายไม่ว่างตลอด ผมโทรติดตอน 16.35 น. เพื่อแจ้งปัญหาว่า เกิดเฉพาะจุด ข้อสังเกตุคือ ที่ 1130 บอกว่า ไม่มีใครแจ้งในจุดที่เราแจ้ง ก็แน่นอนละครับ เพราะว่าในหมู่บ้านทั้งหมด มีอยู่กันไม่ถึง 10 หลัง บ้านครอบครัวผมคงเป็นบ้านชุดเดียวที่ถูกผลกระทบแน่นอน ทาง 1130 แจ้งว่าจะรีบแจ้งทางเขตให้ (เขต หมายถึง เขตการไฟฟ้าบางบัวทอง ครับ)
  5. ซึ่งผมรู้เบอร์ของ เขตบางบัวทองอยู่แล้ว จึงรีบติดต่อเองโดยตรงด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้ทั้ง 3 หมายเลข ดังนั้นจึงพออนุมานได้ว่า 1130 ก็น่าจะติดต่อไม่ได้เช่นกัน จะทำยังไงดี ผมจึงพยายามโทรหา จนท.ช่าง ที่ผมเคยบันทึกมือถือไว้ เขาก็ไม่สามารถให้เบอร์คนที่เกี่ยวข้องได้
  6. ทางครอบครัวน้องสาว จึงพยายามไล่โทรหาคนรู้จักระดับผู้ใหญ่ที่พอจะแก้ปัญหาให้ได้ จนกระทั่งได้เบอร์มือถือของช่างไฟ และพยายามประสานงานให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ว่าช่างนั้นอยู่ต่างเขต ไม่รู้ว่าจะมาทันเวลาไหม เนื่องจากผมลองคำนวณด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อหาปริมาณน้ำที่ซึมเข้ามาในบ้าน
  7. ถ้าเพื่อนๆ อ่านบทความก่อนหน้านี้ จะทราบดีว่า มีน้ำซึมเข้าเขตบ้านค่อนข้างมาก แต่ไม่เคยวัดเชิงปริมาณว่าเท่าไหร่ คราวนี้คับขันแล้ว ผมจึงให้น้องสาวอีกคน (ลูกพี่ลูกน้อง) ช่วยวัดแบบคร่าวๆ ให้ ด้วยการเอากระดาษเปล่าจุ่มลงไปในน้ำ ขีดระดับไว้ อีก 20 นาที่อมา จุ่มกระดาษแผ่นเดิม วัดความสูงจากแนวเดิม ได้ 2 เซนติเมตร ดังนั้น 1 ชั่วโมงจะขึ้นประมาณ 6 เซนติเมตร ณ ตแอนนั้นเท่ากับสูงรวม 25+2 = 27 เซนติเมตร จึงเหลือความสูงก่อนเข้าตัวบ้าน 50-27 = 23 เซนติเมตร เท่ากับว่า มีเวลาประมาณ 23/6 = 3 ชั่วโมง 50 นาที เกือบ 4 ชั่วโมง และจากการวัดคร่าวๆ พบว่า น้ำที่ซึมเข้ามามีอัตรา 60 คิวต่อ 1 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเราจะหาวิธีการในการทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านที่อุตส่าห์ป้องกันมาตลอด เกือบ 1 เดือน ต้องมีอัตราเอาน้ำออกอย่างน้อย 60 คิวต่อ 1 ชม. ซึ่งผมสรุปเลยว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้"
  8. ระหว่างนั้นเองที่น้องสาวกับน้องเขย พยายามทดลองเอาสายยางขนาด 1 นิ้วมาทำกาลักน้ำ อีกคนกำลังเอาถังตักน้ำแล้วเทออกนอกกำแพง ซึ่งผมเข้าใจ แต่คิดอย่างไรก็ไม่ทัน ผมกลับสังเกตุเห็นอากู๋ (มี 2 คน อีกคนพึ่งออกไปเมื่อเช้าครับ) เดินไป เดินมา ปรากฏว่า แกเอะใจว่า ทำไมบ้านข้างๆ ไฟไม่ดับ แกจ จึงไปทดลองเปดไฟในบ้านหลังแรกถ้านับจากปากทางเข้าหมู่บ้านมา ปรากฏว่าไฟติด แกจึงรีบมาบอกพวกเราว่ามีไฟ ส่วนตัวผมให้คะแนนแกเต็มเลย เพราะว่า ในขณะที่ทุกคนไม่ได้คิดว่า บ้านของแกจะมีไฟ น่าจะไฟดับไปด้วย เพราะเรายึดมั่นว่าไม่น่าจะมีไฟ สุดท้ายคนเราต้อทดลองทำ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมไม่ทราบว่า บ้านอากู๋มีไฟฟ้า คือไม่เคยรู้ และนึกไม่ถึง ถ้าเคยรู้ว่ามีมิเตอร์ ก็จะแนะนำให้ไปลองเช็คดูเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่เคยบอกครับว่า คนเราถ้าไม่หมดความหวังต้องลองทุกอย่าง เพื่อจะได้ไม่เสียใจ และสำหรับความรู้เรื่องนี้ผมจะเขียนต่อในบทความต่อๆ ไป ตามอ่านกันนะครับ)
  9. ระหว่างนี้เองช่างไฟฟ้า แจ้งว่ากำลังเดินทางมาถึง แต่สุดท้ายมาไม่ได้ เพราะมาทางเรือแล้วเจอประตูน้ำ จึงเข้าไม่ได้ แต่ได้ ว.วิทยุ บอกต่อให้กับชางไฟฟ้าเขตบางบัวทองแล้ว ซึ่งทางเราก็ได้มือถือมาแล้ว และตามเป็นระยะๆ
  10. หลังจากที่เราพบว่าไฟฟ้า 1 ใน 3 หลังที่สามารถใช้งานได้ (ความรู้เรื่องไฟฟ้าสลับบ้าน ผมจะนำมาแนะนำอีกครั้งในตอนต่อๆ ไปนะครับ) ทำให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ แต่พอประมาณ 18.30 น. ปรากฏว่า เกิดเรื่องระทึกอีกครั้ง ไฟดับสนิทอีกแล้วครับ ทางอากู๋จึงรีบเช็คไฟแสงสว่างอีกที เพราะว่า จะได้ทราบว่า ตกลงไฟเข้ามาในบ้านอากู๋ หรือไม่....... ข่าวดี คือ ไฟแสงสว่างติด ดังนั้นแปลว่ามีไฟเข้าบ้านแน่นอน
  11. จากนั้นอากู๋ กับน้องสาว (ผมเอง) เริ่มตรวจเช็คปัญหา พบว่า เบเกอร์ตัวลูกที่คุมไฟปลั๊กย่อยในบ้านตัดไฟ เนื่องจากไฟน่าจะเกิน เพราะเสียบจ่ายไฟให้ปั๊มถึง 4 ตัว จึงทดลองใหม่ค่อยๆ เสียบปั๊มที่ละตัว พบว่าที่ 2 ตัว เบเกอร์จะไม่ตัด ซึ่งก็ทำให้ประทังไปได้ น้ำไม่มีทางท่วมเข้าตัวบ้านแน่นอน
  12. การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ยังคงติดต่ออย่างต่อเนื่อง ณ เวลา 20.00 น. ทราบว่าช่างไฟฟ้าอยู่ที่หมู่บ้านดิเอมเมอรัล ซึ่งใกล้หมู่บ้านภัทรไพรเวท 3 อุทยานทองที่เราอยู่แล้ว แต่ต้องปฏิบัติภารกิจอย่างมากเนื่องจากทางดิเอมเมอรัลมีไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
  13. พวกเราสองจิตสองใจว่า ช่างไฟฟ้าอาจมาไม่ได้ เพราะมีคนอื่นที่เดือดร้อนกว่าเรา คือไฟดับเลย ไม่มีใช้เลย เรายังมีบ้างจากบ้านในรั้ว แต่เนื่องจากสามารถแค่จ่ายไปที่ปั๊มเท่านั้น บ้านที่เราอยู่จึงมือ ใช้เทียน ไม่มีไฟพอสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น เรายังมีท่ออกซิเจนของบ่อปลาอีกด้วยนะครับ ดังนั้น เราคงต้องพึ่งตัวเองก่อน ด้วยการจัดการทำให้มีจุดจ่ายไฟเพิ่มเติม
  14. ด้วยการบริหารจัดการสายไฟพ่วงใหม่หมด ด้วยการรวบรวมสายไฟทุกเส้นที่มี ดูขนาดสายไฟ ไล่ลำดับการใช้งานให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้สายร้อนเกินไป อาจเกิดไฟช็อตและระบบตัดไฟทำงานอีก ทำให้สามารถลากไฟเพิ่มมาได้อีก 1 เส้น และสามารถควบคุมปั๊มได้ทั้ง 4 ตัว สลับกับปั๊มออกซิเจน ในบ้านเปิดไฟ 1 ดวงเท่าที่จำเป็น เปิดพัดลม 2 ตัว เว้นปลั๊กว่างไว้ 1 จุดเพื่อใช้อย่างอื่น เช่น เสียบกาน้ำร้อนไว้ลวกบะหมี่กินกัน หรือเสียบปั๊มเตียงลมที่ผมต้องใช้นั่ง-นอน จุดอื่นๆ ก็ใช้เทียนไขจุดแทน ถ้าช่างไฟฟ้าไม่มา ก็ยังสามารถอยู่ได้ถึงพรุ่งนี้เช้าแน่นอน
  15. ระหว่างนี้ผมก็สายสวนตันอีกแล้วครับ จึงต้องรีบจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสายสวนตันเหมือนกับที่ได้เคยเขียนแนะนำคนพิการเอาไว้ในตอนที่ 43 นะครับ
  16. จริงๆ เราพอมีวิธีแก้ปัญหาทางอื่นๆ อีก เช่น พอตอนเช้า หาก จนท.ไฟฟ้า ยังมาไม่ได้ก็อาจต้องโยกสายไฟฟ้าที่เข้ามิเตอร์แบบสลับหม้อมิเตอร์แทน โดยให้คนที่สามารถทำได้เข้ามาช่วยทำให้ แต่ลึกๆ แล้ว ก็มั่นใจว่า ถ้าเช้าแล้วทางไฟฟ้าน่าจะมาทำให้ เพียงเปลี่ยนฟิวส์ที่หม้อแปลงเล็กเท่านั้น
  17. ผมเริ่มหลับแล้ว เพราะทำอะไรไม่ได้ น้องสาวเอะใจที่อุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องบางตัวเริ่มทำงาน จึงเริ่มเปิดไฟแสงสว่างทีละส่วน และไล่เปิดทีวี อุปกรณ์อื่นๆ ตอนประมาณ 23.30 น. ในที่สุดก็สามารถใช้ไฟฟ้าได้ แสดงว่าทางไฟฟ้าได้เข้ามาจัดการฟิวส์ที่หม้อแปลงให้แล้ว
  18. เช้าดูที่หม้อแปลงก็เห็นว่าฟิวส์ กลับเข้าสู่สภาพเดิม จึงได้โทรไปขอบคุณช่างไฟฟ้าทางมือถือ ที่เข้ามาจัดการให้ ต้องขอบคุณ จนท.การไฟฟ้านครหลวง มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
สำหรับตอนหน้า ผมขอนำเรื่องเบาๆ ที่นางพยาบาลที่อุตส่าห์เข้ามาเปลี่ยนสายสวนให้นะครับ

No comments:

Post a Comment