204: พญาอินทรีย์กับเป็ดในทรรศนะของผมเหมือนกันอย่างไร ตอนที่ 2/2 @ 01-0-7-2559

สวัสดีครับเพื่อนๆ ต่อเนื่องกับตอนที่ 1/2 ที่ผมได้มีทรรศนะกับตัวเองว่า เป็นทั้งเป็ด เป็นทั้งอินทรีย์ในตัวเอง สำหรับการเป็นอินทรีย์นั้นต้องให้เครดิตจากครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่ผมตีความเอาเองว่า ครูอ้อย อยากให้ทุกคนที่กำลังดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จทุกด้านนั้น ต้องแตกต่างจากผู้อื่น (อินทรีย์บินเดี่ยว) มีความกล้าและสร้างสรรค์ เช่นเดิม ทั้งหมดที่ครูอ้อยสอนนั้น ผมมีในตัวตนเสมอ ที่สำคัญ ในแวดวงคนพิการและทำงานด้านคนพิการ เท่าที่ได้มีโอกาสพูดคุยมีมุมมองที่ผมทำแตกต่าง ไม่เหมือนคนอื่น หากมองในแง่ลบ ก็เข้ากับใครไม่ได้ หรือมองว่า ผมไม่ชอบทำกับคนพิการ ชอบทำงานโครงการต่างๆ กับคนไม่พิการ ประมาณนั้น แต่ท้ายที่สุด หลายสิ่งหลายเรื่องหลายโครงการที่ทำ ผมจะมีความสุขที่สุด ที่ผมมองในมุมบวก คือ จะมีผู้คนเห็นว่าดี น่าสนใจ จึงนำไปปรับใช้เป็นของตัวเอง จนแพร่ออกไปในวงกว้าง อีกทั้งงานที่ริเริ่มทำ จะทำเป็นต้นแบบ ตัวอย่าง ให้เป็นมาตรฐานสูงไว้ ผู้นำไปปรับใช้จะทำอย่างไร คนพิการและสังคมจะสามารถแยกแยะได้เอง


ผมว่าเรื่องอินทรีย์ นี่ข้ามเลยดีกว่าครับ เพราะจริงๆ ไม่ได้อยากเป็นอินทรีย์ครับ ถ้าตัวเป็นเป็ด หน้าตาเป็นเป็ด แต่ใจเป็นอินทรีย์ก็ดูจะเข้าท่ากว่า ครับ ถึงตรงนี้ อยากท้าวความถึงที่มาที่ไปของเป็ด เพื่อให้ผู้อ่าน หรืออาจบังเอิญ คนพิการและคนที่ทำงานด้านคนพิการ อาจจะมีความเข้าใจในตัวผมเพิ่มขึ้น ที่ผมคิดว่า ผมทำงานด้านคนพิการ เพราะ


ผมเคยฟังดำรัสของในหลวง ที่เวลาจะทำการงานใดๆ ก็ตาม ให้มองจากมุมสูงลงมา ผมคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากผมควรจะเป็นเป็ด อาจมีคนรู้น้อยมากว่า ตั้งแต่เด็ดจำความได้ พอทราบว่า ชื่อเล่น "ต๋อง" ของผม อาม้า (คุณแม่) ตั้งมาจากการ์ตูนสมัยนั้นที่มีตัวละครเป็นเป็ด จึงรู้สึกดี ผูกพันกับเป็ด เป็ดน่ารัก มองทีไรจะอารมณ์ดีทุกที จึงไม่อยากกินเป็ด จนถึงปัจจุบันนี้ครับ อีกทั้งเป็ดยังมีความสามารถหลากหลาย บินได้ ว่ายน้ำได้ เดินได้ จนเคยมีคนกล่าวว่า เป็ดเป็นทุกอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง ยิ่งใกล้ตัวผมเข้าไปใหญ่ เพราะผมทำได้หลายๆ เรื่อง อาจจะไม่เก่งสักเรื่อง แต่สามารถนำพาให้โครงการหลายๆ เรื่องลุล่วงไปได้ จากความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย ทุกๆ โครงการ ความสามารถด้านการจัดการและการที่มีเข้าใจหรือทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายในเวลาเดียวกันได้ดี จึงตัดสินใจมาทำงานเพื่อคนพิการ งานที่ทำค่อนข้างมาก จึงอาจจะไม่ค่อยมีเวลาพูดคุยกับใครมากนัก คือ เป็นนักสื่อสารที่ไม่ดีตรงไม่มีเวลาห้กับหลายๆ คน ในเวลาเดียวกันหลายๆ คน ก็ไม่กล้าคุยกับผมด้วยเช่นกัน


พอคุยถึงเป็ดก็อดเล่าให้ฟังไม่ได้ว่า เคยอ่านบทความเกี่ยวกับการบินเป็นฝูงของเป็ดลักษณะลูกศร ผู้รู้ให้เหตุผลว่า เป็นการลดแรงเสียดทานของลมขณะบินครับ อีกทั้งยังมีการผลัดกันนำบินด้วยครับ เอ! คล้ายๆ ทีมจักรยาน นะครับ

ชื่อภาพ "ฉันคือเป็ด" เว็บ http://preedano.blogspot.com/

อดแนะนำอีกเรื่องไม่ได้ ที่ผมเคยวาดภาพด้วยกาแฟ ชื่อภาพ "ฉันคือเป็ด" ในช่วงปี 2554 เป็นการแสดงให้เห็นถึงทรรศนะเกี่ยวกับเป็ดที่มีมานาน จึงถูกถ่ายทอดออกมาทางงานศิลปะด้วย

รวมๆ ความแล้ว ภายนอกที่ผมทำงานแม้ว่าคนจำนวนมากอาจมองเป็นอินทรีย์ แต่ในใจจริงเป็นเป็ด ที่เวลาบิน เป็นผู้นำทาง และอยากให้มีคนอื่นมาคอยสลับ มาเรียนรู้งาน มาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เพื่อนำไปช่วยเหลือคนพิการต่อไป

แต่อีกมุมมองหนึ่ง ในด้านการทำงานที่แตกต่าง มองว่าผมไม่ได้เก่งกล้าสามารถอะไร ใช้คนนี้ที คนนั้นที และความสำเร็จก็มาจากคนอื่นทั้งนั้น คนพิการรุนแรงอย่างผมจะไปทำอะไรได้ ผมคิดว่า คนที่ทำงานเป็น ทำงานจริง และรู้จักตัวตนของผมจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน ผมคิดว่าก็พอจะเปรียบเปรยได้ว่า เป็นอินทรีย์ที่ต้องต่างจากฝูง ไม่เหมือนคนอื่น เช่น ที่ครูอ้อยเปรียบเปรย ให้กำลังใจผู้คน ครับ

เป็นอะไรก็ได้ครับ ขอให้เรารู้ตัวตลอดเวลา มีสติ กับปัญหา ทางออกมีเสมอสำหรับทุกคนครับ

No comments:

Post a Comment