48 : ประเพณีจีน วันไหว้พระจันทร์ (เริ่มบันทึกประเพณีคนจีนที่ครอบครัวปฏิบัติสืบต่อกันมาครับ) : ประเพณีจีน ตอนที่ 1

สวัสดีครับ เพื่อนๆ สำหรับบล็อกนี้แล้ว ผมพยายามครีเอทว่า จะพิมพ์บทความอะไรดี ซึ่งเป็นทั้งการแสดงความคิดเห็นกับเรื่องใกล้ตัว และเป็นทั้งความรู้ที่ตัวผมพอมี จึงนึกถึงเรื่องใกล้ตัวได้เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องประเพณีจีน เนื่องจากครอบครัวผมเป็นครอบครัวคนจีน ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละเชื้อชาติ จะมีประเพณีสืบต่อกันมา ซึ่งผมอาจจะไม่ได้ลงลึกมาก จึงจะบันทึกเฉพาะเรื่องปัจจุบันที่ครอบครัวทำปฏิบัติกันสืบต่อมา รวมทั้งผมจะแชร์ความรู้สึก นึกคิด ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน คงต้องเริ่มเรื่อง "ประเพณีวันไหว้พระจันทร์" เป็นลำดับแรกละกันนะครับ พอเป็นช่วงนี้พอดีครับ

คืนวันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2554 (ตรงกับคืนพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ผมรู้ล่วงหน้าหลายวันแล้ว เพราะว่าในครอบครัวใหญ่ในตระกูลบ้านผม คือ บ้านพี่สาว (ลูกพี่ลูกน้องกัน) จะเป็นครอบครัวที่รับสืบทอดกิจการโรงขนมจากอากง (คุณตาของผม) ที่เป็นกุ๊กมาจากเมืองจีน ในการทำขนมประเพณีจีน ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีการทำขนมในวันไหว้พระจันทร์ด้วย โดยพี่สาวผมจะทำขนม 5 อย่าง คือ ขนมโหงวยิ้ง (ไส้ทุเรียน) (ซึ่งไส้ข้างในมี 5 อย่าง คือ ก๋วยจี้ ฝัก อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ ไข่เค็ม ส่วนไส้ทุเรียน จะมีแต่ ทุกเรียน กับเม็ดก๋วยจี้ เพียง 2 อย่างเท่านั้น) ขนมโก๋ถ่ว (ทำจากถั่วลิสง บดกับน้ำตาล) ขนมโก๋ขาว (ทำจากแป้ง บดกับน้ำตาล) และ ขนมเปี๊ยะใหญ่ กับขนมเปี๊ยะเค็ม (เล็ก) ที่เป็นสูตรเฉพาะในตระกูลของเราเท่านั้น โดยเฉพาะ ขนมเปี๊ยะเล็กจะมีลักษณะทรงกลม คล้ายขนมต่างๆ ตามประเพณีในวันไหว้พระจันทร์ให้มีทรงกลม ในประเทศไทยหาทานแบบนี้ไม่มี จะมีก็จะเป็นทรวงรี ซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าต่างกันอย่างไร ในตระกูลของเราทำกันมาเท่าที่บอกเล่ากันาก็กว่า 150 ปีแล้ว

พี่สาวผม จะทำขนมเฉพาะหน้าเทศกาล และทำเท่าที่จำนวขาประจำสั่งซื้อเท่านั้น เนื่องจากมีกำลังคนจำกัด เท่าที่ทราบยังไ่แน่ใจว่า หมดรุ่นพี่สาวผมแล้ว ลูกๆ พี่สาวผมจะสืบทอดต่อหรือไม่ เพราะว่า ดูจะสนใจทางอื่นมากกว่า ก็บ่นๆ แทนพี่สาวให้เพื่อนๆ อ่านกันนะครับ และผมก็ได้นำภาพบรรยากาศการไหว้พระจันทร์ของที่บ้าน มาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะครับ



ลักษณะการจัดโต๊ะพีธีไหว้ครับ

เห็นที่บ้านว่า คืนนั้นมีพระจันทร์ทรงกลดด้วยครับ





ขนมโก็ถ่ว ข้างใต้สีขาว คือขนมโก๋ขาว นะครับ

ขนมเปี๊ยะเค็ม (เล็ก) ที่เป็นสูตรเฉพาะในตระกูล มีที่เดียวในประเทศไทย

ส่วนอันนี้คือ โหงวยิ้ง (โหงว แปลว่า ห้า ภาษาจีนแต้จิ๋วครับ)

พอถึงวันไหว้พระจันทร์ มักทำให้ผมนึกถึงตอนที่ผมยังไม่พิการ ผมจะเตรียมตัวที่จะนอนดูดาวบนท้องฟ้า หลังไหว้พระจันทร์แล้ว บนท้องฟ้าสวยมาก มีดาวมากมาย ตลอดทั้งปี จะมีเพียงคืนไหว้พระจันทร์เท่านั้นละครับ ที่จะทำให้ผมกระตือรือล้น นอนบนเสื่อ ที่ปูบนดาดฟ้า (สมัยก่อนผมอยู่ตึกแถว ร้อยวันถึงจะขึ้นไปทำธุระ ทำความสะอาดบ้าง แต่ธุรสำคัญ ในคืนวันไหว้พระจันทร์ คือ การขึ้นไปทำความสะอาด ล้างให้เกลี้ยง เพื่อปูเสื่อ เตรียมงานไหว้ และนอนดูดาวครับ) ก็นับว่าเป็นประเพณีที่ดี ที่บรรพบุรุษได้คิดค้นขึ้นมา อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้มีโอกาสดูดาวบนท้องฟ้า 1 คืน ใน 1 ปี ครับ และถ้าผมได้มีโอกาสดูดาวแบบนี้กับคนที่รัก นอกเหนือจากอาม้า และน้องๆ ด้วยละก็ คงจะมีความสุขมากๆ ครับ


3 comments:

  1. สู้ๆครับ...เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกนะครับ

    ReplyDelete
  2. ขนมไหว้พระจันทร์ มีให้กินน้อยลง
    ด้วยหลายเหตุผล คนทำขนมล้มหายตายจากไป
    หรือ ลูกค้าซึ่งเป็นคนรุ่นเดียวกันแก่ตายไปหมดแล้ว
    หรือ ไม่มีคนสืบทอดกิจการ เพราะทำขนมยุ่งยาก เสียเวลา แล้วยังต้องมายืนขายหน้าร้านอีก(จำได้ว่ามีร้านขนมเจ้าประจำบนถนนเยาวราชต้องเลิกขายเพราะเหตุผลข้อนี้)
    หรือ คนรุ่นใหม่ไม่นิยมกินขนมโบราณ เพราะชอบขนมถุง กรุบกรอบมากกว่า
    หรือ ต้นทุนสูง แก๊สแพงขึ้น วัตถุดิบต่างๆก็แพงขึ้น ขายได้น้อย คำนวณแล้ว ไม่คุ้มทุน
    หรือ หาลูกมือ/ลูกจ้างยาก อาจต้องพิจารณาการใช้แรงงานต่างชาติ
    หรือ สู้ค่าแรง 300บาท/วัน ไม่ไหว
    หรือ ลูกๆมีความกตัญญู ต้องการให้บุพการีหยุดทำงานและพักผ่อนในช่วงบั้นปลายชีวิต
    หรือ คนจีนเริ่มขยับขยายกระจายตัว ไปตามหัวเมือง
    หรือ เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้ร้านขนมถูกเวรคืน ต้องย้ายไปที่อื่น

    ReplyDelete
    Replies
    1. แต่ตระกูลผมยังทำอยู่นะ คาดว่ารุ่นที่ 4 คงเลิกแล้วละ หลานๆ ไม่มีใครเอาสักคนครับ

      Delete