189: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 30: ถ่ายรูปคู่กับผู้ช่วยชีวิต ด้วยกัน ในวันที่ 58-05-25

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาวคม 2558 ซึ่งเป็นวันที่ดีมากๆ มีความบังเอิญหลายเรื่องมาก ซึ่งผมคงได้นำมาแบ่งปันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทั้งเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ยังจะเป็นการส่วนตัวที่ต้องการบันทึกไว้ ให้น้องๆ คนพิการและคนพิการได้มีกำลังใจที่จะมุ่งมั่นในหลายๆ เรื่อง มีเรื่องบังเอิญที่ประทับใจอย่างมาก คือ ก่อนฉลองมงคลสมรส 1 สัปดาห์ มีผู้ชายคนหนึ่งติดต่อผ่านญาติผม เพราะนึกถึงผมขึ้นมา นึกถึงคนที่ได้เคยช่วยชีวิตไว้ ในที่สุดเราสองคนได้พบกันกับพี่ตรีรัตน์ กาญจนาคม และภรรยา ในงานมงคลสมรส ช่างเป็นสิ่งพิเศษ น่าประทับใจอย่างมาก

ส่วนตัวแล้ว ที่ต้องรบเร้าให้พี่ตรีรัตน์ มาในงานให้ได้ เพราะว่า อยากให้พี่ตรีรัตน์ทราบว่า คนๆ หนึ่งที่พี่ตรีรัตน์ได้ช่วยชีวิตไว้นั้น ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมบ้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่ตรีรัตน์ที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอดในนามของ "อาสาวชิรพยาบาล" ครับ




สำหรับผมแล้ว การที่พี่ตรีรัตน์มาอวยพรปิดท้าย จากแขกผู้มีเกียรติทั้ง 10 ท่าน นับได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีคำบรรยายไหนๆ มาอธิบาย เพราะ "มากกว่าสมบูรณ์" ในความรู้สึกของเราสองคนครับ

เราสองคนต้องขอขอบพระคุณพี่ตรีรัตน์ และภรรยา อย่างมากที่มาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของเราสองคนครับ


ขออนุญาตเก็บข้อมูลเล่าเรื่องจากพี่ตุ้ยมาไว้เป็นที่ระลึกในบทความนี้ครับ

มันแปลกดีนะ...วันนั้น19พ.ค.58 อยู่ๆผมก็นึกอะไรบางอย่างนึกถึงนามสกุลใครคนหนึ่ง ซึ่งผมเคยช่าวเค้าไว้จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผมลองค้นหานามสกุลในFbโดยการสุ่มค้นหาจากนามสกุลโรจน์บัวทอง ก็ได้รายชื่อขึ้นมา ผมเลยลองเสี่ยงกดไปขอเป้นเพื่อนกับคุณมาโนชญ์ โรจน์บัวทอง และสอบถามว่าเคยมีญาติประสบอุบัติเหตุแถวถนนรัตนาธิเบศมั๊ย ท่านก็ตอบว่าเป็นหลานของคุณมาโนชญ์เอง จากนั้นท่านก็ขอเบอร์โทรของผมไปให้หลาน จากนั้นเมื่อวันเสาร์ที่23 พค.น้องคนที่ผมได้เคยช่วยไว้ได้โทรมา เราคุยกันอย่างตื่นเต้น และน้องเชิญให้ผมมาเป็นเกียรติในงานมงคลสมรสของเขาในวันที่25 พค.58 ผมจึงรับปากว่าจะไป เมื่อถึงวันงานผมเดินทางไปถึง สิ่งที่ผมพบ น้องนั่งวิลแชร์หน้าตาสดใสหลังจากที่เข้าไปทักทาย น้องเชิญให้ผมเป็นแขกVIP และขอให้ผมเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เมื่อ 14 ปี ที่แล้วให้ทุกคนฟังบนเวที

เรื่องมีอยู่ว่า เช้ามืดวันนั้นประมาณ ตี5.10 ผมขับรถออกจากบ้านไปทำงาน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนรัตนาธิเบศขาเข้าเยื้องวัดบางรักใหญ่ช่วงนั้นมีสะพานและทางโค้งสังเกตุเห็นมีรถพลิกตะแคงอยู่กลางถนนช่วงนั้นมืดมาก ผมจอดรถและเปิดไฟสัญาณไฟเตือนรถด้านหลังเกรงจะเกิดเหตุซ้ำซ้อน จากนั้นก็ลงไปดู เดินรอบรถ ไม่เห็นคนขับหรือใครเลย จึงคิดว่าคนขับคงเดินไปหาคนมาช่วย ผมลองเอามือแตะฝากระโปรงรถ ปรากฎว่า มันอุ่นๆไม่ร้อนจึงคิดว่าเหตุน่าจะเกิดไม่น้อยกว่า 1 ชม.มาแล้วแตไม่มีใครดูแล ไม่มีเจ้าหน้าที่ไม่มีคนมุง ผมเลยนำไฟฉายเดินหา ผู้ขับขี่

ประมาณ10นาที ก็เห็นมือไหวๆหาจากจุดเกิดเหตุ 40-50 เมตรข้างทาง ผมจึงวิ่งไปหา พบผู้บาดเจ็บนอนลักษณะปกติเหมือนคนนอนธรรมดาสังเกตุด้วนตาไม่มีบาดแผล ผมจึงบอกให้นอนเฉยๆนะ เดี๋ยวตามรถพยาบาลมาให้ ผู้บาดเจ็บตอบครับ รับรู้ จากนั้นผมโทรแจ้ง จ.ส.100 ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาลมา

ประมาณ15 นาทีต่อมารถกระบะเจ้าหน้าที่มาถึงและเริ่มมีคนมาดูเยอะ ผมเลยวิ่งออกไปรอรถพยาบาล พอรถพยาบาลมาถึงผมก็วิ่งนำชี้ทางให้เจ้าหน้าที่พยาบาลไปยังผู้บาดเจ็บ ปรากฏว่าเห็นพลเมืองดีหลายคนกำลังยกคนเจ็บขึ้นกระบะรถตำรวจ ผมต้องตะโกนให้วางคนเจ็บลงและรอเปลของเจ้าหน้าที่มารับขึ้นรถพยาบาล จากนั้นคนเจ็บก็ถูกนำตัวส่งรพ.พระนั่งเกล้า ส่วนผมและร้อยเวรก็ช่วยกันหาเบอร์ที่ติดต่อญาติของผู้บาดเจ็บในรถ ก็พบสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ แล้วลองเสี่ยงโทรไป ปรากฎว่าคนที่รับเป็นอาอี๋ของผู้บาดเจ็บผมจึงแจ้งเรื่องให้ทราบ จากนั้นผมก็ไปทำงาน 

จากนั้นช่วงเย็น ลองโทรไปที่รพ.พระนั่งเกล้ารพ.แจ้งว่าผผู้บาดเจ็บย้าไปอยู่รพ.มิชั่น ผมเลยลองถ้าอาการจากพระนั่งเกล้าเค้าบอกว่ากระดูกต้นคอเคลื่อน ผมเลยรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บรายนี้

ต่อมาไม่นานมีญาติผู้ป่วยแวะมาขอบคุณผมที่บ้าน ซึ่งได้ที่อยู่ผมจากร้อยเวรในวันนั้นซึ่งร้อยเวรเป็นเพื่อนผมสมัยตอนเรียนโยธินบูรณะพอดี วันที่ไปหาผมผมไม่อยู่บ้านไปทำงาน แต่ทางญาติได้ฝากการ์ดขอบคุณไว้และบอกว่าบ้านอยู่ที่ไหน ผมเลยแวะไปหาแต่ไม่พบใครเช่นกัน
จากวันนั้น เป็นเวลา14 ปีแล้วผมก็ไม่เคยนึกถึงอีกเลยจนมาเมื่อวันที่19 พค.58ที่ผ่านมา อยู่ผมก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุและตามหาตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

บัดนี้ผมกับผู้บาดเจ็บได้เจอกันอาการน้องที่เห็นน้องตอนนี่น้องนั่งวิลแชร์ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลงไม่สามารถเดินได้ น้องบอกว่าถ้าไม่ได้พี่ในวันนั้นคงไม่มีวันนี้ พี่คือผู้ให้ชีวิตผมผมรู้สึกตื้นตันใจมาก เรามีอะไรคล้ายกันบางอย่าง ชื่อเล่นขึ้นต้นด้วย ต.เต่าเหมือนกัน จบโยธินเหมือนกัน เกิดเดือนเดียวกัน 

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันเป็นเพราะอะไรก็ไม่รู่ทำให้ผมกับผู้บาดเจ็บมาเจอกันได้อีกครั้ง อย่างไรแล้ว ผมขอให้ชีวิตคู่ของน้องปรีดา ลิ้มนนทกุล (โรจน์บัวทอง)ประสบแต่ความสุขสมหวังในชีวิตครอบครัว และผมจะเป็นอีก 1 กำลังใจให้กับน้องเสมอ
อ.ตรีรัตน์ กาญจนาคม โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยา
อาสาฯวชิรพยาบาล


อ้างอิงจากลิงก์ 

No comments:

Post a Comment