161: หนังเกาหลีกับสัจธรรมของความเป็นมนุษย์ @ 57-12-21

สวัสดีครับเพื่อนๆ ตอนนี้เป็นเวลา 2 ทุ่ม ของวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 ในสมองมีเรื่องราวมากมาย น่าจะมากกว่า 5 เรื่อง ที่วนเวียนเข้ามาให้ต้องทำ ต้องคิด ต้องตัดสินใจ ถ้าจะรวมเรื่องที่กำลังพิมพ์บทความนี้ก็ให้เป็นเรื่องที่ 6 แทนละกันครับ พอพิมพ์เสร็จจะทำเรื่องที่ 7 คือ อัดเสียงตัวเอง เนื่องจากกำลังจะใช้เวลาต่อจากนี้เริ่มบันทึกความคิดตัวเองไว้ก่อน แล้วมาจัดเรียงใหม่ ว่าจะนำความคิดทั้งหลายไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง พอหลังการแต่งงานกับผู้หญิงที่เก่งกาจคนหนึ่งแล้ว หลังการแต่งงานชีวิตของผมน่าจะมีเรื่องที่ตัวผมเองยังคาดเดาไม่ได้อีกพอสมควร

เข้าเรื่องหนึ่งที่คิดในหัว แล้วตัดสินใจวางงานมาพิมพ์บทความนี้ คือ ผมติดตามหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งชื่อเรื่อง "ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว" ซึ่งใน youtube คือ ตอนที่ 20 https://www.youtube.com/watch?v=adow3PQaqmQ เรื่องนี้มีความน่าสนใจตรงวิธีเขียนเรื่อง และวิธีคิด เมื่อเปรียบเทียบกับหลักของพุทธ ชอบตรงนี้ที่สุด พระเอกต้องเลือกว่าจะตายหรือรอด ถ้าจะรอดต้องกลับดาวตัวเอง แต่ถ้าเลือกที่จะ "ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่ากับคนที่รัก" ก็จะตาย

ตามการตีความของผมนั้น ตัวพระเอกมีอายุถึง 400 ปี ซึ่งตามกฎของโลกที่เราอยู่นี้ อายุยาวเกินไป ทำให้พระเอกต้องคอยเปลี่ยนชื่อ มาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ แล้วอ้างว่าตัวเองในอดีต เป็นพ่อ เป็นปู่ เป็นปู่ทวด ก็ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ หากเรามาเปรียบเทียบกันดูก็จะคล้ายๆ ตายแล้วเกิดใหม่อยู่เหมือนกัน ผมคิดว่าตอนนี้ตามท้องเรื่องพระเอกคงคิดได้ว่า ยอมที่จะตายไปพร้อมๆ กับที่จะใช้เวลากับนางเอก ซึ่งนั่นน่าจะหมายถึงการแก่ตัวลง และตายในที่สุดเอง ไม่สามารถที่จะมีกายสังขารยืนยาวเหมือนที่ผ่านมา จึงเลือกที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด


ภาพในอดีตเมื่อปี 2537 วันรับปริญญาตรีครับ
(เหมือนเดิมภาพนี้ไม่เกี่ยวกับบทความ นำมาวางเพราะผมมีภาพเก่าน้อยครับ)

ที่ต้องเกริ่นตัวอย่างหนังเกาหลีนี้ขึ้นมาเพราะว่า ส่วนตัวก็คิดว่าตัวผมเองอายุไม่นาน และผมพยายามบอกกับคนรักเสมอว่า จะทำให้ดีที่สุด และผมจึงไม่มีความจำเป็นต้องมาคิดว่าจะร่ำรวย หรือพยายามกอบโกยผลประโยชน์อย่างที่มีผู้คนจำนวนหนึ่ง หรือบางคนใช้สติปัญญาอคติ คิดต่อผม คนเหล่านี้ลืมเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ ผมเคยผ่านความเป็นตายมา กับต้องกลายร่างเป็นคนพิการรุนแรงทุพพลภาพ ดังนั้น คนบางคนจึงไม่มีทางที่จะคิดได้ว่า ผมไม่ได้สนใจเงินทอง หรือยศถาบรรดาศักดิ์ หรือภาพลักษณ์ที่ต้องดูดี 

เพียงแต่ต้องทำมาหากินเพื่อดำรงชีพในยุคปัจจุบันให้อยู่ได้และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังที่ตัวเองมีเท่านั้น และแม้ว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวที่คนอดคติเห็น แล้วตีความไปต่างๆ นาๆ ให้ระลึกไว้ว่า สิ่งเหล่านี้เกิดจากอานิสงฆ์ของการมุ่งช่วยเหลือผู้อื่นทั้งสิ้น และถ้าจิตไม่บริสุทธิ์ในการช่วยเหลือผู้อื่น คนๆ นั้น จะไม่มีทางได้พบเจอและรับอานิสงฆ์เอง เป็นเรื่องของคนๆ นั้นเอง และทุกๆ อย่าง ความจริงจะเป็นผลเสมอ

ช่วงหลังแต่งงานของผม นับจากช่วงหลังปีใหม่ 2558 ไปนี้ ผมคงต้องผจญกับคนเหล่านั้นอีกสักยก ซึ่งผมกลับคิดเสียว่า เหตุการณ์สำคัญนี้ก็เป็นอานิสงฆ์เช่นกัน เพราะเมื่อความจริงปรากฏ จะเกิดปรากฏการณ์สำคัญที่ทำให้สังคมยอมรับความตั้งใจของผมมากขึ้น และทุกๆ อย่างเป็นเช่นนี้มาตลอดชีวิตที่มีสติมา 

ผมจะทยอยนำเรื่องราวมาเปิดเผยให้เพื่อนๆ ได้ติดตามอ่านกัน จะพยายามอัพเดทให้เป็นซีรี่ส์ เหมือนตอนที่เขียนเรื่องน้ำท่วม 60 ตอนตลอด 2 เดือนเมื่อปีที่ 54 ครับ

No comments:

Post a Comment