36 : เข้าใจตัวเอง

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผมขอนำบทความเก่าที่เคยลงไว้ใน www.winbookclub.com ของคุณวินทร์ เลียววารินทร์ (ที่เขียนบทภาพยนตร์ "จอมสลัด ปืนใหญ่" ครับ) ที่ลิ้งค์ http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=8602

ปรยาสตอรี่ -1 : เข้าใจตัวเอง

ขออนุญาตินำเรื่องราวเก่าๆ มาลงใหม่ เพื่อจัดให้เป็นหมวดหมู่ครับและตอนแรก ครั้งแรกที่เขียนใน winbookclub คือ เข้าใจตัวเอง เนื่องจากเป็นตอน แรกสุดเลย จึงต้องเป็น -1 ครับ

ผมอยากเป็นนักเขียนครับ เพราะหวังว่าจะเป็นแง่คิดให้กับผู้อื่นได้จึงลองเขียนเรื่องสั้นๆ มาให้ช่วยแนะนำครับ

เข้าใจตัวเอง

ในอดีต ผมไม่ค่อยเข้าใจตัวเองซักเท่าไหร่ผมมักจะทำงานจนกลับดึก 3 ทุ่ม ทุกวัน จนสำนักงานต้องออกกฏ ให้อยู่ได้แค่ 6 โมงเย็น

มีความคิดเพียงอยากจะเรียนรู้มากๆ ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงาน จนเพื่อนว่าบ้างาน

(ผมเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆ) ผมมักจะขับรถเปลี่ยนเส้นทางบ่อยๆ ทั้งในเวลางานเมื่อไปพบลูกค้า และกลับบ้าน

มีความคิดเพียงว่า ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรบนท้องถนน เราก็สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ทันที

ผมเลือกที่จะเป็น วิศวกรขาย มากกว่าจะเป็น วิศวกรโรงงาน ทั้งๆที่กำลังจะได้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศ มีความคิดเพียงว่า ถ้าทำงานในโรงงานแล้วจะประสบความสำเร็จช้าเพราะต้องขึ้นกับหลายฝ่าย แต่การทำงานขาย ขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นสำคัญน่าจะประสบความสำเร็จเร็วกว่า

ผมวางแผนชีวิตว่า จะต้องมีบริษัทเป็นของตัวเองตอนอายุ 30 ปีและเลิกทำงานตอนอายุ 40 ปี

เพราะอยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุดคือ เป็นวิทยากรหรือ เป็นครู เพื่อให้ความรู้กับผู้อื่น

ผมเป็นคนง่ายๆ สบาย ไม่เรื่องมาก มักให้ผู้อื่นเลือกก่อนเสมอ และก็แค่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เหลือ เพราะคิดว่า เหมือนเป็นการฝึกตัวเอง ให้ปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นไปและอยู่กับสิ่งนั้น เหตุการณ์นั้นๆ ให้ได้

ผมมักถูกแฟนอันเป็นที่รัก ถามว่า "ทำไมผมถึงทำอะไรให้เธอมากอย่างนี้"ผมตอบเธอทุกครั้งที่ถาม และบางครั้งอยู่เฉยๆ ก็พูด" ผมอยากทำทุกอย่างสำหรับเธอให้ดีที่สุด และถ้าวันไหนทำไม่ได้ ขอให้เข้าใจว่า อยากทำให้ แต่ทำไม่ได้จริงๆ"เพราะผมคิดเสมอว่า น่าจะเจอเธอเร็วกว่านี้ จะได้เป็นคนรักของเธอเร็วกว่านี้จะได้ปฏิบัติสิ่งดีๆให้เธอเร็วกว่านี้

ความรู้สึกแบบนี้ เกิดขึ้นกับผมตลอดเวลา รวมถึงการทำงาน การดำเนินชีวิต ต้องรีบรู้สึกว่าเวลามีน้อย ต้องรีบหาความรู้ตลอดเวลา ต้องเข้าใจในสิ่งที่ทำอย่างถ่องแท้ทำงานด้านการตลาดก็ต้องไปพบลูกค้า แต่ทำไมชอบคิดว่า น่าจะปิดการขายทางโทรศัพท์โดยไม่ต้องไปพบ หรือไปให้น้อยที่สุด

และแล้ว ปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2544 ผมก็ต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันผมรถคว่ำ ตัวลอยออกมานอกรถทั้งๆที่รัด เซฟตี้เบลท์ ทำให้กระดูกคอหักทำให้ผมต้องเปลี่ยนสถานะจาก คนปกติ เป็น คนทุกพลภาพถาวร

ทำให้ผมเข้าใจตัวเองทันทีว่า ตลอดเวลาความรู้สึกแปลกๆ กับตัวผม เพราะร่างกายและสัญชาติญาณของผมรู้อนาคตนี่เอง ทำให้สิ่งต่างๆ ที่ทำมาโดยตลอด เตรียมพร้อมสำหรับสถานะใหม่ สถานะซึ่งต้องเพรียบพร้อมไปด้วย สติ ประสบการณ์ ความเข้มแข็งกำลังใจจากคนรอบข้าง ครอบครัว คนรัก เพื่อที่จะอยู่รอด ในสถานการณ์เมืองไทยปัจจุบันที่แม้แต่คนปกติยังลำบาก

ขอบคุณตัวเอง ที่มีการเตรียมตัว
ขอบคุณครับ
ปรยา
7/11/08

3 comments:

  1. คารวะ "จิตใจ" ที่เข็มแข้งของคุณอย่างยิ่ง

    ReplyDelete
  2. อืม....คนอื่นไม่รู้นะคะ แต่สำหรับคาใจ
    คาใจ ชอบที่คนเข้าใจตัวเราเองมากที่สุด

    แม้มันจะดูปัจเจกไปสักหน่อยก็เถอะค่ะ

    ReplyDelete
  3. เนาวรัตน์November 7, 2008 at 1:30 AM

    การเข้าใจตัวเองคงไม่ใช่เรื่องการเป็นปัจเจกนะครับน้องคาใจ
    หากเราไม่เพียงเข้าใจทั้งตัวเอง แต่ยังเข้าใจทั้งผู้อื่นไปด้วยพร้อม ๆ กัน

    อ่านเรื่องของพี่ปรยาแล้วพี่กลับพบว่าเรายิ่งต้องทำความเข้าใจกับตัวเอง
    ให้มากขึ้นด้วยซ้ำไปนะ

    ขอบคุณเรื่องราวและประสบการณ์ที่พี่ปรยาได้นำมาแบ่งปันให้อ่านเสมอ ๆ ครับ

    ReplyDelete