ผมจบจากบางมดตอนอายุ (21) : คุณยายอีกคนของผม

สวัสดีครับทุกคน ผมอยากเล่าถึงคุณยายท่านหนึ่ง ที่ในใจของผมเปรียบเสมือนยายของผมอีกคน
.
ooooooooooooooooooooooooo

ผมเริ่มรู้จักคุณยายตอนที่ผมเรียนอยู่ปี 4 ผมขอเธอว่าผมอยากเข้าไปสวัสดียายของเธอ...........

จริงๆ แล้ว ผมน่าจะเคยพบคุณยายตั้งแต่ตอนที่ผมเรียนอยู่ประถม 4 ห้องเดียวกับเธอ.........

ในความทรงจำของผม ผมมั่นใจว่าเคยไปบ้านเธอ และเคยได้พบยาย เพราะบ้านยายใกล้โรงเรียนมาก (อยู่ด้านข้างของโรงเรียน)...........

แต่ผมเองที่จำอะไรได้ไม่มาก แต่คงไม่เป็นไร ผมพร้อมที่จะได้พบ และเคารพบยายของคนที่ผมรัก..............

ผมดีใจมากที่ได้พบยาย เพราะท่านเปรียบเสมือนแม่อีกคนหนึ่งของเธอ เพราะท่านเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก......

ผมได้พบยายในฐานะเพื่อนของหลานยาย แต่ผมคิดว่าท่านก็น่าจะพอทราบว่า ผมน่าจะเป็นเพื่อนคนพิเศษของหลานคุณยายแน่ๆ.........

มีหลายอย่างที่ผมคล้ายยาย เช่น ผมเกิดวันอังคารเหมือนยาย ผมชอบกินลองกอง และเผือกเหมือนยาย อุปนิสัยบางอย่างคล้ายยาย โดยเธอเคยบอกว่า ทำให้เธอไม่ต้องปรับตัวเท่าไหร่ เพราะผมมีหลายๆ อย่างคล้ายยาย............
.
ผมได้รับความสนิทสนมจากยายมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ยายโกรธ และเข้าใจความเป็นตัวตนของผมผิดไป.........

หลังจากนั้นผมก็ไม่สามารถเข้าบ้านของยายได้อีกหลายเดือน จนผมได้รับโอกาสแก้ตัว..........

ผมเชื่อว่า เป็นเพราะยายเป็นคนมีจิตใจเมตตาอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคุณธรรมเป็นนิสัยอยู่แล้ว ผมจึงได้รับโอกาสแสดงความจริงใจต่อเธอ และยายจนทุกอย่างกลับมาดูราบรื่น และอบอุ่นอีกครั้ง.........
.
และผมมีความรู้สึกว่ายายทันสมัยมาก สามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างน่าชื่นชม และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้สูงอายุอีกหลายๆ คน............
.
ยายชอบดูข่าวมากๆ ยายดูทุกวัน ถ้าไม่ติดตามข่าวจะไม่ทันยายเลย..............
.
ยายทำอาหารอร่อย ยายเตรียมอาหารให้ทุกคนทานทุกวัน ซึ่งก็รวมถึงผมด้วย ถ้าเปิดหม้อหุงข้าวขึ้นมา จะเห็นข้าวพร้อมทานตลอด.............
.
ผมไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านั้นยายทำไข่พะโล้บ่อยแค่ไหน แต่สำหรับผมแล้ว ผมได้ทานไข่พะโล้ของชอบจนนับครั้งไม่ถ้วนมาตลอด 9 ปีก่อนที่ผมจะรถคว่ำ...........
.
ปลาเค็มบีบมะนาว โรยด้วยพริกขึ้หนู ก็เป็นกับข้าวโปรดอีกอย่างที่ผมและยายชอบทานกันมาก...........
.
หน้าที่หลักของผมคือ กวาดบ้าน ถูบ้าน กรอกน้ำ รดน้ำต้นไม้ และล้างรถ ในวันหยุดที่บ้านยาย..........
.
เป็นสารถีให้ยาย ในวันที่ยายต้องไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช............
.
ถ้าวันไหนฝนตกหนัก จะช่วยยายรองน้ำใส่โอ่ง (บ้านยายมีโอ่งรอบบ้านเลยครับ บ้านยายดื่มน้ำฝน)............
.
ผมได้มีโอกาสได้ไปตลาดกับยาย บ่อยๆ ตอนเช้า เดินตามยาย สวมรอยเป็นหลานยายไปเลย คนอื่นก็ไม่ทราบ............
.
ผมชอบนั่งฟังยายเล่าเรื่องเก่าๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนรู้ประวัติของยาย และชื่นชมในทัศนคติของยาย...........
.
ยายอุปการะผู้คนมากมาย มีหลายคนที่มีความเจริญก้าวหน้า สามารถดำเนินชีวิต มีครอบครัว.........
.
ผมไม่เคยได้ยินยายพูดเรียกร้องอะไร เหมือนที่ผมมาทานข้าวยายเป็นประจำ...........
.
ผมเคยซื้อของมาฝาก โดนแซวอีกต่างหากว่า ซื้อของไม่เป็น วันหลังไม่ต้องซื้อ เก็บเงินเก็บทองไว้ดีกว่า............
.
ยายชอบแอบทำงานตอนที่พวกเราไม่อยู่ คือไม่ให้พวกเราเป็นห่วง..........
.
ในความรู้สึกของผม ยายเป็นห่วง และพยายามทำทุกอย่างให้หลานๆ ทุกคน ยายรักทุกคนมากๆ........
.
แม้แต่ผมที่มีเรื่องเดือดร้อน ยายก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทันที...........
.
เรื่องเล่าของยายมีมากมาย แต่ถ้าเป็นเรื่องการค้าแล้ว ผมชอบวิธีหาเงินง่ายๆ ของยายมากๆ ยายจะไปตลาดแต่เช้ามืด ยายจะซื้อผลไม้ที่แม่ค้านำมาขายจากสวนแบบเหมาหมด เช่น ถ้าแม่ค้านำกล้วยน้ำว้ามาขาย 20 เครือ ยายจะซื้อทั้งหมด จากนั้นยายก็ยืนอยู่ตรงนั้น (เมื่อก่อนเป็นท่าเรือ) ยายยืนรอ เดี๋ยวก็มีคนมาขอซื้อ นี่แหล่ะพ่อค้าคนกลาง ทำง่ายๆ ได้ค่ากับข้าวกลับบ้านทุกวัน ผมนับถือยายมาก...........
.
และแล้วก็เกิดเหตุการณ์สำคัญกับชีวิตของผม ตี 4 กว่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 ผมได้รับอุบัติเหตุรถพลิกตะแคง จนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ จากอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง บริเวณ C6-7 เพราะกระดูกที่คอแตกหักไปกดที่ไขสันหลัง
.
แต่ผมโชคดีที่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน บวกกับจิตใจที่เข้มแข็งไม่วิตกกังวลกับความจริงที่ต้องเผชิญ จึงสามารถทำงาน ได้อย่างเต็มที่ เพราะผมไม่ป่วยทางใจ
.
4 ปีผ่านไป เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมก็คงยังเป็นผู้ทุพพลภาพ งานที่รับทำก็เริ่มมีปัญหา ผมถูกโกง การบริหารผิดพลาด หนี้สินพอกพูน
.
ผมประคับประคองจนถึงที่สุด อีกไม่กี่เดือน ก็ต้องหยุดทุกอย่าง แต่สิ่งที่ผมเสียใจมากๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาย เพราะผมคิดเอาเองว่า ยายอ่จจะโกรธผมบ้าง ที่ทำให้เธอต้องลำบาก..........
.
ในใจของผม อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นความสำเร็จของผม โดยเฉพาะยาย ผมอยากได้รับโอกาสครั้งที่ 2 จากยาย แต่ครั้งนี้มันยากมาก มันช่างต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง...........
.
ผมเป็นผู้ทุพพลภาพ ในขณะที่ยายก็แก่ลง..........
.
ผมมีหนี้สิน เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ผมไม่มีหนี้สิน.........
.
ผมไม่สามารถมาหายายได้ ผมต้องเรียนรู้แนวทางธุรกิจใหม่ ผมใช้เวลาถึง 1 ปีเต็มเพื่อเรียนรู้เรื่องอินเตอร์เน็ต..........
.
ความพยายามของผมใกล้จะสำเร็จแล้ว อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เอง ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น...............
.
ในขณะที่ผมพึ่งทราบไม่นานว่ายายเป็นมะเร็งระยะ 3 ไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น..........
.
ตามด้วยยายล้ม ต้องผ่าตัด และกลับมาพักฟื้นที่บ้าน..........
.
อาจมีคนเข้าใจผมผิดมากมาย แต่ผมก็ยอมรับว่ามีส่วนผิด ผมใกล้พิสูจน์ตัวเองได้แล้ว............
.
ผมเชื่อว่าก่อนผ่านความสำเร็จ ต้องผ่านความล้มเหลวผิดพลาด ต้องโดนโกง โดนเอาเปรียบ โดนเข้าใจผิด โดนหาว่าเลว โดนหาว่าจะไปโกงเขา................
.
ผมต้องให้กำลังใจตัวเองทุกวัน หรือทุกครั้งที่จะเริ่มท้อ..........
.
วันเวลาผ่าน การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิด แต่ใจของผมไม่เปลี่ยน ความพยายามไม่เปลี่ยน มีแต่จะมากขึ้น.....
.
แต่ความจริง ก็คือความจริง ในที่สุดยายเสียในคืนวันที่ 26 กันยายน 2550 ในขณะที่ผมกำลังสวดมนต์ให้ยาย บทสุดท้ายของพระไตรปิฎก ผมก็เห็นเบอร์โทรศัพท์จากเธอ..... ผมรู้ทันทีว่ายายต้องจากไป........
.
.
ผมโทรกลับไปหาเพื่อฟังว่า............ยายเสียแล้ว...........
.
.
บทสุดท้ายของพระไตรปิฎก นานมาก กว่าผมจะท่องจบ นานมาก..........
.
ภาพเก่าๆ เกี่ยวกับยาย พลั่งพรูออกมามากมาย..... ผมเสียใจที่ตอนยายป่วย ไม่เคยไปเยี่ยม ผมคิดทั้งคืน ยายจากไปเร็วเกินไป ผมยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองให้ยายได้รับรู้เลย ผมมีเรื่องมากมายที่อยากจะคุยกับยาย อยากอธิบายให้ยายฟัง อยากกราบยาย อยากขอโทษยาย
.
.
อยากบอกยายเต็มปากว่า " ผมทำได้แล้ว "
.
อยากบอกยายว่า "ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลทุกอย่าง"
.
อยากอวดยายว่า "นี่ครับงานของผม"
.
.
ไม่ทันแล้ว ผมทำได้แค่เพียง.......
.
ไปกราบศพยายที่เท้า ที่หน้าอก ดูหน้ายาย สัมผัสตัวยาย มองหน้ายายที่เหมือนว่ายายยังมีชีวิตอยู่ จับที่มือของยาย มองยายถูกเคลื่อนย้ายเข้าบ้านหลังสุดท้าย ขอโทษยาย สวดมนต์ให้ยาย ไปงานสวดศพยายทุกวัน และในวันสุดท้าย วนรอบเมรุ 3 รอบ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เฝ้ามองยายในช่วงเผาจริงด้านล่าง เฝ้ามองควันไฟจนไม่มีควัน
.
.
ไม่มียาย ที่ให้กราบ
.
แต่มียาย ที่ให้นึกถึง
.
คำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ผมอยากบอกยาย ผมจะทำให้สำเร็จ
.
แล้วผมจะจุดธูปบอกยายเอง
.
ยายเอาใจช่วยผมนะครับ ผมจะทำให้สำเร็จ
.
.
รัก และเคารพยาย (คุณยายสมศรี ถมยาวิทย์)
.
ปรยา
3 ตุลาคม 2550
.
.
ooooooooooooooooooooooooooooo
.
.
.

แม่บุญธรรมผม บอกว่า ยายไปสบายแล้ว ยายไม่ห่วง ควันไฟลอยขึ้น ไปในทิศทางเดียว ไม่เปลี่ยนทิศทาง ควันไฟไม่วนไปมา แบบไร้ทิศทาง ถือว่าดีมาก ลูกหลานจะสบาย ผมก็รู้สึกสบายใจ และยินดีไปด้วย

ผมขอให้ยายไปสู่สุขคติด้วยครับ ผมจะรำลึกถึงยายตลอดไป

No comments:

Post a Comment