Showing posts with label ชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts
Showing posts with label ชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts

240: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 70: นึกอะไรก็ได้กินอย่างนั้น เมื่อ 13 ม.ค.63

สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนจะทำงานต่อเรื่องเอกสารที่ต้องจัดการเยอะมากๆ แต่ละเลยไม่ได้ต้องรีบพิมพ์บทความทันที เพราะว่า ในใจคิดว่า "เดี๋ยวจะพิมพ์"มาหลายครั้งแล้ว คือ เรื่องการนึกในใจว่าอยากทานอะไร แล้วจะได้กินอย่างนั้น ในวัยเด็กจนโตทำงาน ครอบครัวผมพี่น้องทั้ง 3 คน จะนอนห้องเดียวกันกับอาม้า (คุณแม่) ตั้งแต่เด็กแล้วที่ผมคิดเอาเองว่า ต่างจากเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน คือ เวลาผมอยากทานอะไรมากๆ ผมจะไม่ค่อยได้บอกอาม้า แต่อาม้ากลับทำอาหาร หรือซื้อมาให้ทาน โดยที่ตัวผมไม่ได้พูดอะไร หลายครั้งที่ก็ไม่ได้บอกอาม้าให้รู้ เพียงรู้ในใจ

ปัจจุบันผมเองก็ได้มีโอกาสแต่งงานกับคุณเจี๊ยบ ชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล ผมนิยามเอาเองว่า เป็นเจ้าสาวส้มหล่น ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้แต่งงาน ที่สำคัญคุณเจี๊ยบมีความสามารถรอบด้าน รวมถึงการทำอาหารที่อร่อย ให้กินประจำ และตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมอีกครั้งคือเรื่อง การนึกว่าอยากกินอะไรจะได้กินอย่างนั้น เกิดกับคุณเจี๊ยบด้วยแล้ว ตัวอย่างเช่น จากนนี้ เมื่อวานตั้งแต่เช้าผมอยากกินต้มหัวไชเท้า มากๆ แต่ไม่ได้บอกคุณเจี๊ยบ คิดในใจ จนเมื่อเช้าเธอทำให้กิน แอบอมยิ้ม และรีบพิมพ์บทความสั้นๆ นี้ไว้เป็นที่ระลึกครับ







.

235: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 65: "แม่นกป้อน (แหนมเนือง) ลูกนก" @ 25 มิ.ย. 62

สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนหน้านี้ไม่นานภรรยาได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนในเรื่องการทำการค้าโดยใช้คีออสประมาณ 3 เดือน ซึ่งทำให้เสียเวลาไปพอสมควร แต่ก็ทำให้มีประสบการณ์และเราสองคนได้พัฒนางานต้นแบบขึ้นมา โดยวิเคราะห์ปัญหารอบด้านควบคู่การตลาดจนกลายเป็นร้าน "บ้านอร่อย ๒๕" ขึ้นมา ซึ่งมีสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ วันนี้ครบรอบประจำเดือน คุณเจี๊ยบอยากทานแหนมเนือง ที่ร้านบ้านอร่อย ๒๕ ขายเอง ขึ้นมา ผมเลยแอบถ่ายภรรยามาเขียนไว้ในบทความ "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 65 ว่า "แม่นกป้อน (แหนมเนือง) ลูกนก" เพราะความรู้สึกผมเป็นเช่นนั้น ภรรยาห่อแหนมเนืองด้วยแผ่นแป้งขนาดใหญ่ แล้วเดินมาป้อนเข้าปากผม ที่เตียงทำงาน ผมก็อ้าปากแบบลูกนก ที่รอแม่นกมาป้อน ครับ

ภรรยา กำลังใส่เครื่องเคียงและผักบนแผ่นแป้ง



ภรรยากำลังตักน้ำจิ้มบนเครื่องเคียงและผัก

แมม่นก (ภรรยา) กำลังเดินมาป้อน แหนมเนือง ให้ลูกนก 

อ้าวอ้ำ แหนมเนือง คำโตๆ ลูกนกก็อ้าปากรับแหนมเนือง จากแม่นก

ตลอดมา ภรรยาชอบทำอาหารให้ทานเป็นประจำทุกวัน แหนมเนืองผมทานบ่อยมาก ตั้งแต่ภรรยาเปิดร้าน "บ้านอร่อย ๒๕" มา ผมทานจนน้ำหนักลดลงไปเกือบ 3 กก. แต่ต้องหาโอกาสไปชั่งที่โรงพยาบาลอีกครั้ง วันนี้พึ่งมีโอกาสถ่ายภาพภรรยา และแหนมเนืองที่ถือมาบนมือภรรยาได้ จึงนำมาแบ่งปันกันครับ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒

233: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 64: "5 ปีที่รัฐสภา" @ 14 พ.ย. 61

สวัสดีครับเพื่อนๆ พบกันครั้งแรกที่รัฐสภา วันนี้ 14 พ.ย.61 ผ่านมา 5 ปี ได้มีโอกาสกันอีกที่รัฐสภา อีกครั้ง เหมือนกันที่ยังคงทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ต่างกันตรงที่ปัจจับันเป็นครอบครัวเดียวกัน ขออนุญาตท่านเจ้าที่ถ่ายภาพด้วยกัน แดดส่องหน้าตาหยีกันเล็กน้อย แต่เป็นความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันครับ ว่าไปแล้วก็ต้องแต่งกลอนรำลึกไว้สักหน่อยครับ

พบหน้ากัน วันแรก 15 พฤศจิกา
ปี 56 ล่วงผ่านมา ไม่สงสัย
ทำเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน ทำด้วยใจ
จึงอยู่ร่วม กันได้ ไปด้วยกัน

มาวันนี้ ปี 61   14 พฤศจิกา
5 ปีผ่าน ล่วงเลยมา ไม่สงสัย
เสวนา กรรมาธิการ ว่าโกงใคร
เพราะเหตุใด กฎหมาย ไม่ทำงาน

สองผัวเมีย ช่วยทำงาน ช่วยร่วมคิด
แก้ปัญหา ที่ยังผิด ยังสงสัย
ได้ลิขิต ให้พบหน้า และมีใจ
ร่วมกันสู้ สืบสานไว้ ให้แผ่นดิน

จิตอาสา เริ่มต้นมา จุดนัดพบ
มาบรรจบ รัฐสภา ไม่สงสัย
สถานที่ แห่งนี้ รวมดวงใจ
ให้สองเรา เริ่มต้นใหม่ ให้แก่กัน

รักเสมอ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล

163: "เส้นทางคู่ชนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 2: ถ่ายภาพด้วยกันครั้งแรก @58-01-10


ภาพคู้ที่รัฐสภา เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2561 (5 ปีผ่าน)
จะนำภาพคู่มาแบ่งปันเพิ่มเติมอีกครับ

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

230: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 63: "ทำไมต้องมีเธอ" @ 1 ก.ย. 61

สวัสดีครับเพื่อนๆ ในระยะหลังตั้งแต่ดูละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ทำให้มีโํอกาสแต่งกลอนที่มีสัมผัสมากขึ้น กว่าสมัยก่อนที่แต่งกลอนแล้วกระโดกกระเดก จึงอาจจะมีบางบทความบ้างที่ไม่ได้เขียนเป็นข้อความ แต่ยกมาให้อ่านกันเล่นๆ เป็นกลอนแทนนะครับ สำหรับกลอนบทนี้ แต่งเพราะเมื่อเช้าเราสองคนมีพูดคุยกันหลายเรื่อง ร่วมทุกข์สุขกันมาแบบหฤโหด นอกจากจะเป็นอารมณ์ที่ตั้งใจให้บทความต่างๆ ไว้เป็น "The Letter" ให้ภรรยาได้เข้ามาอ่าน ในวันที่ผมไม่อยู่แล้ว ก็อยากเป็นกำลังใจให้ภรรยา ไปด้วยในตัวครับ

"ทำไมต้อง" กลอน 9 เก้านาฬิกา

ตั้งคำถาม ถามตัวการ "ทำไมต้อง"
ช่วยพวกพ้อง ช่วยการงาน ช่วยขานไข
คนพิการ โดนเอาเปรียบ ไม่มีใคร
ไม่สงสัย ว่าทำไม มาพิการ

ช่วยการงาน ช่วยมานาน ผ่านความคิด
ช่วยด้วยจิต ใจอาสา มาแต่ไหน
เก็บขยะ ยกสมุด ไม่ใช่ใคร
ลบกระดาน ทำด้วยใจ ให้คุณครู

ช่วยจนรู้ ไม่ต้องดู ว่าต้องใคร
เพราะการให้ ใจย่อมได้ ใครไม่รู้
คนที่ให้ จะตอบได้ เป็นกูรู
ให้ยิ่งได้ สอนยิ่งรู้ อยู่ประจำ

ทำมานาน ก็ถึงวัน มาพานพบ
มาประสบ พบตัวการ ไม่ขานไข
ช่วยชาวบ้าน โดนเอาเปรียบ ไม่ใช่ใคร
ญาติอยู่ใกล้ เหมืองทองคำ ซ้ำเติมคน

จนถึงวัน ขันอาสา รัฐสภา
พานพบคน จิตอาสา ร่วมกันสู้
จนวันนี้ หลายปีผ่าน นานยิ่งรู้
สมเป็นคู่ ขันอาสา นานางาน

อยู่หมู่บ้าน ก็ไม่นาน ต้องมาช่วย
เริ่มต้นด้วย เป็นกรรมการ จึงเรียนรู้
พรบ. (จัด) สรรที่ดิน รู้เป็นครู
เพราะเรียนรู้ เพราะอาสา เพราะกล้างาน

ช่วยกันสาง ช่วยกันร่าง ช่วยกันคิด
เป็นคู่คิด ทั้งการงาน ทั้งแก้ไข
ทั้งอาสา ใกล้ไกลตัว ทำเรื่อยไป
ไม่ใส่ใจ ใครว่าร้าย ไกลใกล้ตัว

ผัวเมียรู้ จังหวะสู้ จังหวะถอย
คอย-ถอย-ค่อย เรื่องการงาน สานอาสา
ฝ่าวิกฤต ประคองกัน ผ่านพ้นมา
ไม่นึกว่า ชาตินี้ จะมีเธอ

กลอน 9 ตอนราวๆ 9.00 น. วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 แต่งให้ภรรยา ที่ไม่คิดว่า จะได้มีโอกาสพบเจอในภพชาตินี้ครับ

"ทำไมต้องมีเธอ"
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
#ครอบครัวลิ้มนนทกุล





๑ กันยายน ๒๕๖๑

222: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 57: ดอกไม้ประจำวันที่ 25 ของทุกเดือนที่เปลี่ยนไป @ 25 ม.ค.61

สวัสดีครับทุกท่าน โดยปกติที่ผมปฏิบัติ คือทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน ผมจะต้องมีการมอบดอกไม้หรือดอกกุหลาบให้กับภรรยา แต่มีบ้างบางเดือนที่พอเวลางานยุ่งมากๆ แล้วไปร้านประจำตอนค่ำแล้ว ปรากฎว่าดอกไม้หมด ครั้นจะซื้อวันรุ่งขึ้นก็ไม่ตรงวันที่ 25 ผมจะใช้วิธีไปทบในเดือนถัดไปแทน ในเดือนมกราคม 2561 นี้ก็เช่นกันที่ผมไม่ได้ออกนอกบ้าน ทำงานจนลืมวางแผนที่จะออกไปซื้อดอกกุหลาบ เพราะโดยปกติผมต้องวางแผนออกนอกบ้านทุกวันที่ 25 ของเดือน เรื่องสลับกันภรรยาไปตลาดหัวโค้ง (ตลาดพิมลราช) กลับซื้อดอกไม้มาให้ผมสำหรับวางไว้บนโต๊ะทำงานแทน ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะทำงานดูดีขึ้นมาทันที



เช้านี้ภรรยา ชงกาแฟร้อน ใส่ในแก้วที่เพ้นท์ภาพวันแต่งงานเมื่อ 25 พ.ค.58 และขนมโดนัทให้ทาน พอมื้อกลางวันทานไข่ต้มราดน้ำยำกับข้าว และผลไม้ เพราะว่าช่วงนี้กิน "มั้งสาวิรัติ" ในช่วงหลังนี้ผมจะทานมั้งสาวิรัติ และเจเขี่ย เป็นระยะๆ แต่ที่แน่นอนใน 1 วันจะต้องมี 1 มื้อที่ทานแน่นอน




สำหรับผมแล้ว การมีครอบครัวที่ภรรยาชอบอยู่บ้าน ชอบทำความสะอาดบ้าน ชอบทำอาหารง่ายๆ ทาน และแถมมีความอร่อย ส่วนตัวผมไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่ชอบเที่ยวนอกบ้าน ผมหมายถึง หากผมไม่ได้เป็นคนพิการรุนแรง ผมก็ไม่ชอบเที่ยวเป็นทุนเดิม มีความสุขกับการอยู่บ้าน มีบ้งเบ้งกับลูก เพราะต้องสอนการบ้านบ้าง สอนทำงานบ้าง ก็เพียงพอแล้ว เป็นอีกชีวิตครอบครัวที่ผมคิดว่า อาจมีหลายคนที่อยากมีครอบครัวที่สงบสุข เพราะชีวิตคนเราทุกวันนี้นั้นแสนวุ่นวาย แต่เราสองคนถึงแม้ว่าจะรักความสงบสุข หากเป็นเรื่องของความถูกต้องด้านพิทักษ์สิทธิความเป็นมนุษย์และเรื่องของคนพิการ ก็พร้อมลุยไปด้วยกันครับ

ขอบคุณเทวดาผู้หญิง และเทวดาผู้ชาย ที่คอยช่วยครอบครัวเราอยู่ครับ




215: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 54: ขอบคุณสำหรับเมนูอาหารแปลกๆ ที่ทำให้ทานตลอดครับ @ 6 พ.ย.60

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับผมแล้วการมีชีวิตคู่ มีครอบครัว ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้หลังจากที่ต้องกลายเป็นคนพิการทุพพลภาพรุนแรง แต่ในที่สุดเรื่องเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้ ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน (CHAOS) เป็นสัจธรรม ผมจึงได้มีภรรยา มีครอบครัว ดังปัจจุบัน ซึ่งอีกเรื่องที่นอกเหนือการประเมิน คือ ภรรยา ทำอาหารเก่ง (แปลว่าอร่อยด้วยครับ) จำได้ตลอดว่า เราสองคนชอบอยู่ที่บ้าน หมายถึง ไม่ค่อยชอบไปเที่ยวนอกกบ้าน ภรรยาชอบทำอาหารเมนูแปลกๆ ให้ลองกินดู ก็มีทั้งเตรียมวัตถุดิบแปลกๆ กับทำอาหารตามสภาพ คือ มีวัตถุดิบอะไรก็ทำมาให้กิน

เช่น วันนี้ก็อีกครั้งครับ ไม่เคยเห็นเป็นก๋วยเตี๋ยว ที่มีกระเทียมเจียว (มากๆ พราะผมชอบทานกระเทียม) แต่ใส่ผักเป็นถั่วฝักยาวลวกสุก มีน้ำซุปปรุงซีอิ๊วธรรมดา รสชาติก๋วยเตี๋ยวก็ปรุงเครื่องปรุงธรรมดา แต่อร่อยมาก



เป็นความโํชคดีของผมที่มีภรรยาที่มีความสามารถในการทำอาหาร ทำให้ได้ทานอาหารเมนูแปลกๆ เป็นระยะๆ และเวลาไม่ได้ออกจากบ้านในครัวมีวัตถุดิบใด ก็ทำอาหารตามนั้นทาน บ่อยๆ จำได้ตอนที่แต่งงานใหม่ มีอยู่ 3 วันไม่ได้ออกไปไหน ภรรยาทำให้ทานทุกมื้อครับ

อีกตำแหน่งของภรรยา "เชฟประจำบ้าน" ครับ
อีกมุมหนึ่งของเส้นทางคู่ขนานที่มาบรจบกัน ครับ



210: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 53: ขอบคุณสำหรับหลังบ้านที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้งครับ @ 59-11-17

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับบทความชุดถึงภรรยาครั้งนี้ ใกล้เคียงที่ผ่านๆ มา ครับในประเด็นที่ภรรยามีหน้าที่มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ผมจึงนำภาพที่ผมประทับใจ ในรอยยิ้มของภรรยา เมื่อได้มีโอกาสไปบรรยายสัญจร "จริงใจไม่ละเมิดสิทธิ์คนพิการ" ครั้งที่ 7 ที่จังหวัดตาก (อบจ.ตาก) แล้วต้องมีการบรรยายถึงการดูแลสุขภาพตัวเอง ผมนึกไปถึงเวลาเราไปดูเล่นมายากล แล้วต้องมีผู้ช่วยนักมายากล เหมือนกันทุกอย่าง ภรรยาผมต้องมาเป็นผู้ช่วยบรรยายแสดงการใช้ "เป้ยังชีพ" .ในการดูแลเรื่องการใช้งานถุงเก็บปัสสาวะ เพื่อรักษาสภาพของไต ให้ทำงานได้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ




ตอนที่ผมนั่งไล่ดูภาพถ่ายเพื่อนำไปประกอบการเขียนบทความการบรรยายสัญจรครั้งที่ 7 นั้น ก็ไปพบภาพที่ 2 ที่เห็นรอยยิ้มของภรรยายแล้วรู้สึกประทับใจ จริงใจ จึงนำมาแบ่งปันในบทความชุด "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ให้ได้อ่านกันครับ

205: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 51: ขอบคุณสำหรับความพยายามของภรรยาที่จะร่วมกันนำพาคนพิการไปสู่วงจรชีวิตใหม่ รู้สิทธิ์ พิชิตอาชีพถาวร ด้วยกันครับ @ 59-11-21

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ผมอยากอ้างอิงถึงการตะเวณจัดกิจกรรมสัญจร บรรยาย "จริงใจไม่ละเมิดสิทธิ์คนพิการ" ตามต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ลำบากที่สุด คือ ภรรยา ของผมเอง เพราะว่า ก่อนออกนอกบ้านเกือบ 4 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง เธอต้องตื่นออกมาเตรียมตัวผม เริ่มจาก ทำขับถ่ายก่อนลำดับแรก ตามด้วยเก็บข้าวของขึ้นรถในระหว่างที่ผมขับถ่าย เพราะผมต้องเตรียมเอกสารสำหรับการบรรยาย รวมทั้งทำอาหารทานก่อนออกนอกบ้าน พอผมขับถ่ายเสร็จก็เช็ดตัว+แต่งตัว พอลุกนั่งบนเตียงก็ทานข้าวเช้าที่เธอเตรียมไว้

หากไปจัดกิจกรรมไกลๆ เช่น จ.อุทัยธานี ก็ตื่นสักตี 2 พร้อมเดินทาง 6 โมงเช้า ล่าสุดไปจังหวัดสรุรินทร์ กับ จ.ตาก ติดกันทั้ง 2 สัปดาห์ ภรรยาผมต้องเตรียมตัวผมตั้งแต่ 5 ทุ่ม อีกทั้งยังขับรถไปเอง เนื่องจากเวลาเธอขับรถ เธอจะเป็นคนที่ระมัดระวัง ช่างสังเกต และยังขับรถได้ดีมาก ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับต้นๆ


นำภาพที่ได้จากการตั้งกล้องวีดีโอ มาทำเป็นภาพต่อเนื่อง ดูแล้วขำๆ ครับ







ภาพซีรี่ส์ประทับใจ ขณะไปจัดกิจกรรมสัญจร ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ครับ

ส่วนตัวปัจจุบันนี้ ผมยังคงความรู้สึกตื่นเต้น แปลกๆ ปนๆ กับความไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นจริง ให้กับตัวเองไว้เสมอ ไม่อยากให้ความรู้สึกแบบนี้จางหายไป เพราะไม่อยากจะเชื่อว่า ผมจะได้มีโอกาสแต่งงาน มีครอบครัว ต้องขอบพระคุณอานิสงส์ ที่ทำให้ชีวิตมีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ


201: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 50: เตรียมงานเอกสารสำหรับการขับเคลื่อนเรื่องเหมืองทองคำกับภรรยา @ 59-04-02

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ก็เป็นอีกบทความที่ผมมีความรู้สึกดีๆ บนความลำบากที่เต็มใจทุกอย่างร่วมกันกับภรรยา ที่เราสองคนต้องเตรียมเอกสาร เตรียมหนังสือ ไว้สำหรับการขับเคลื่อนต่อสู้เรื่องผลกระทบจากการทำเหมืองทองคำ ส่วนตัวผมก็ศึกษาเรื่องกฎหมาย ฉบับต่างๆ รวบรวมเอกสารจำนวนมากเป็นพันหน้าของภรรยาที่ได้สะสมไว้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก เพราะแสดงถึงหลักฐานการต่อสู้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญถึงขั้นต้องสแกนและแยกเก็บไว้หลายที่ เพราะว่าถ้ามีเหตุทำให้เอกสารทั้งหมดต้องสูญหาย ก็จะสามารถนำออกมาใช้ต่อได้อีก

รวมถึงในอนาคต สามารถถอดเป็นบทเรียน เชื่อมโยงให้เห็นถึงสิทธิ์ต่างๆ ของการเป็นประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญไทย เพื่อให้นักต่อสู้หรือแกนนำในระดับพื้นที่ได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของพื้นที่ตัวเอง ผมเองก็ยังทึ่งมากกับข้อมูลจำนวนมาก และยอมรับว่า เธอได้ไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เธอคิดว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ ความพยายามถึงที่สุดในความรู้สึกของผม

ภาพกำลังร่างหนังสือรวบรวม เรียบเรียง เรื่องราว ส่งให้กับ ปปช.

คุณเจี๊ยบกำลังจัดเรียงเอกสารที่ไปยื่นกับหน่วยงานต่างๆ
และแสดงถึงการได้รับผลกระทบจากการกระทำอันมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ


ผมอยากให้การต่อสู้ที่เธอเพียรพยายามมา สัมฤทธิ์ผล เธอว่ายในมหาสมุทรแห่งความเพียรเหมือนพระมหาชนกมานานหลายปี ขอให้เทวดาเดินดินที่เธอได้พบมีจริง และสามารถถึงฝั่งฝัน ที่จะเห็นพื้นที่บ้านของเธอ เป็นพื้นที่สุดท้ายในการทำเหมืองทองคำ อย่าไปเดือดร้อน รุกลาม เผาผลาญพื้นที่อื่นอีกเลย


200: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 49: วันวาเลนไทน์ของข้าพเจ้ากับภรรยา @ 59-04-02

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เป็นวันที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า จะเป็นความรู้สึกเดียวกันกับคนที่มีครอบครัว มีความรู้สึกกันรึเปล่า แต่เป็นวันที่ผมก็รู้สึกแปลกๆ แต่มั่นใจว่าเป็นความรู้สึกแปลกที่ดีแน่นอน เพราะว่า ผมอมยิ้มไปด้วย จึงต้องพิมพ์บทความนี้ขึ้นมา คือ ภรรยาทำกาแฟให้ 1 แก้ว โดยใช้แก้วที่ผมนำไปสกรีนภาพถ่ายในวันฉลองมงคลสมรส พอสักพักลูกสาวก็ทำขนมแบบตกแต่งหลายชนิดมาให้อีก 1 จาน หลังทำเอกสารเสร็จไป 1 เรื่อง จึงรีบพิมพ์บทความนี้ขึ้นมา เพราะทิ้งไว้เดี๋ยวก็จะลืมไปอีกครับ

กาแฟภรรยาทำ ขนมลูกทำ คนกินอมยิ้ม






ภาพ 4 ภาพที่ใช้ทำแก้วหลายขนาด


ผมเองก็ไม่สามารถที่จะล่วงรู้อนาคตได้ เพราะก็ไม่คิดว่า ตัวเองจะมีครอบครัว ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานมากแล้ว แต่อาจเป็นจังหวะของคนๆ หนึ่ง เหนือเรื่องส่วนตัวคือ ผมอยากมีส่วนร่วมในชีวิตของคุณเจี๊ยบ และร่วมต่อสู้กับเธอเรื่องเหมืองทองคำ รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ทำ ได้อ่าน ได้ร่างหนังสือ ได้เตรียมเอกสาร ในช่วงระยะเวลาต่างๆ ที่เธอต้องขับเคลื่อนครับ

และสำหรับผมแล้ว วันนี้ที่มีครอบครัว ที่มีความรัก จะเป็นวันวาเลนไทน์ของผมกับภรรยา ได้ทุกๆ วันครับ

199: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 48: สตรีสากลสำหรับข้าพเจ้า @ 59-03-08

สวัสดีครับทุกท่าน วันที่บันทึกนี้เป็นวันที่ 8 มีนาคม 2559 ซึ่งทุกปี ณ วันที่ 8 มีนาคม จะเป็นวันสตรีสากล กำเนิดโดยสตรีนักการเมืองชาวเยอรมัน "คลารา เซทคิน"  ได้นัดสตรีทั่วโลกหยุดงาน ให้เพิ่มค่าแรง และทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เป็นการเรียกร้องสิทธิสตรีที่ถูกใช้งานเยียงทาส จึงเป็นปรากฏการณ์ต่อสู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นจุดเริ่มต้น และได้รับการยอมรับทั่วโลก เมื่อปี พ.ศ.2450 กว่า 109 ปีมาแล้ว สำหรับในไทยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีการมอบเกียรติบัตร "สตรีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน" ให้กลุ่มสตรีและสตรี ที่มีบทบาทในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย   ปกป้องสิทธิชุมชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  และปกป้องสิทธิของสตรี  เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนสังคม

ซึ่งในปี 2559 นี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีการมอบ 4 รางวัลคื
  1. กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด กลุ่มสตรีปกป้องสิทธิชุมชนจากการทำเหมือง จ.เลย  
  2. กลุ่มสตรีผู้หญิงสู้ชีวิต ต่อต้านการค้ามนุษย์   
  3. คุณอัจฉรา อัชฌายาชาติ จากบางกอกโพสต์ แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้นำเสนอข่าวด้านสิทธิมนุษยชนและ  
  4. คุณพิมพ์นภา พฤกษาพรรณ ภรรยาคุณบิลลี่
ภาพของนางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล
ถ่ายเมื่อ 11 ตุลาคม 2558 
กิจกรรม "ด้วยรักและห่วงใย ปันน้ำใจสู่พิจิตร" ครั้งที่ 1

สำหรับผมแล้ว หากผมสามารถที่จะเป็นผู้มอบรางวัลได้ ส่วนตัวที่ผมรู้จักดี ซึ่งคำว่า "รู้จักดี" นั้น หากเป็นองค์กรที่จะมอบให้ คงต้องมีกระบวนการในการพิจารณาอย่างเข้มข้น มีข้อเท็จจริงในบุคคล คนนั้น ดังนั้นสำหรับผมแล้ว ผมรู้จักดี 4 คน เริ่มตั้งแต่ดีมาก มี 2 คน (เรียงตามอายุหรือจำนวนปีของการต่อสู้ คือ 
  1. คุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ซึ่งเป็นผู้หญิงแกร่งที่ต่อสู้เรื้่อง ความเสียหายจากทางการแพทย์ ได้รับรางวัลมากมายจากการต่อสู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
  2. คุณชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล ภรรยาของผมเอง ในความรู้สึกของผมที่อยู่ร่วมด้วยกันทุกวัน เธอเป็นหญิงชาวบ้านที่ตัดสินใจลุกขึ้นต่อสู้ปกป้องพื้นที่ตำบลที่ครอบครัวเธออยู่ กับถสานประกอบการโลหะกรรมเหมืองแร่ทองคำ สู้แบบอหิงสา และขับเคลื่อนด้วยการใช้สิทธิอันชอบธรรมของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ใช้กระบวนการยุติธรรมในการดำเนินการ ทั้งเป็นโจทก์ฟ้องราชการ และผู้ประกอบการ ทั้งคดีอาญาและคดีศาลปกครองในเวลาเดียวกันก็เป็นผู้ต้องหาถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วย

คุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา

นางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล

อีก 2 ท่านที่ผมรู้จักดี โดยดูจากการต่อสู้ ที่ทุ่มเท ตั้งใจ สัมผัสได้จากผลงานการขับเคลื่อนต่อสู้การเปิดเหมืองทองคำในจังหวัดเป้าหมายใหม่ 8 จังหวัด คือ
     3. คุณวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ ที่ต่อสู้กับนายทุนและหน่วยงานรัฐท้องถิ่น จากการถูกรุกรานพื้นที่ดินทำกินในจังหวัดสระบุรี ร่วมกับเพื่อนๆ ที่ร่วมอุดมการณ์อีกหลายจังหวัดที่เป็นพื้นที่รอยต่อ เช่นน ลพบุรี นครราชสีมา ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว กลายเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อพื้นที่ดินทำกินของทุกคนที่กลายเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีการสำรวจทำเหมืองแร่
     4. คุณอารมณ์ คำจริง อยู่จังหวัดพิษณุโลก ที่ต่อสู้ปกป้องที่ดินทำกิน เช่นเดียวกัน กับพื้นที่รอยต่อการทำเหมืองแร่ทองคำ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร สถานีตำรวจอยู่หน้าบ้าน ดังนั้น จึงลงบันทุกประจำวัน แทนการเขียนไดอารี่


คุณวันเพ็ญ พรมรังสรรค์


คุณอารมณ์ คำจริง

สำหรับผมแล้ว ทั้ง 4 ท่านนี้ เป็น "สตรีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน" อย่างแท้จริง หลายวันที่ผ่านผมนั่งอ่าน เรียบเรียงข้อมูลของภรรยา จนได้ประวัติ (Resume) ของเธอ ยิ่งทำ ยิ่งรู้สึกถึงความยากลำบาก ความพยายามในการต่อสู้ของผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมๆ กับการอดทนกับแรงเสียดทานรอบด้าน ในทรรศนะของผมนั้น หน่วยงานรัฐอนุมัติการทำเหมืองง่ายเพียงปากกาลงนาม แต่ประชาชนที่ได่รับผลกระทบจะมีสักกี่คนที่จะใช้ความเพียร ร้องเรียนไปทุกหน่วยงาน อีกทั้งยังต้องขับเคลื่อนด้วยเงินส่วนตัวในการต่อสู้ในคดีต่างๆ

ผมขอคารวะในความเป็น "สตรีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน" ของทุกท่านอย่างแท้จริงครับ

197: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 47: ถ่ายคู่กับภรรยาเป็นที่ระลึกกับงานที่จะจำไปจนตลอดชีวิต @ 58-12-01

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้มีความรู้สึกที่อยากบันทึกไว้ให้กับตัวเองอีกครั้งหนึ่ง คือ การยอมรับนับถือในภรรยาของตัวเอง ผมจำได้ว่า ก่อนที่ผมจะขอคุณเจี๊ยบแต่งงานนั้น ผมเคยปรึกษาพี่ท่านหนึ่ง พี่บอกว่า เห็นผมทำหลายเรื่องมานานเหนื่อยแทน ที่สำคัญคือ ผมไม่สามารถจะเติบโตได้มากกว่านี้ เนื่องจากผมไม่รับพนักงาน ทั้งๆ ที่ผมควรจะเติบโตได้มากกว่านี้ สำคัญกว่านั้น คือ ผมไม่มีภรรยา ดังนั้นผมควรแต่งงาน และพี่ก็บอกว่า ถ้าไม่มีภรรยา พี่คงมาไม่ถึงขนาดนี้

มาถึงตรงนี้ผมยอมรับคำพูดของพี่ท่านนี้อย่างมาก เรา 2 คน ได้รับงานมางานหนึ่งเป็นงานราชการของกระทรวงไอซีที ผมยอมรับว่าผมไม่เคยรับงานตรงของทางราชการมาก่อน เคยรับแต่งานขายวัสดุกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งก็คล้ายๆ ส่งสินค้า หรือถ้างานรับเหมา ก็เป็นช่วงสั้นๆ ทำเสร็จวางบิล 1 เดือนได้เงินเลย ทำให้ในอนาคตเราสองคนคงไม่กล้ารับงานราชการอีก เพราะโครงการนี้ทำให้สถานการณ์ทางการเงินแย่มากๆ



ภายถ่ายที่ระลึกการทำงานวันสุดท้ายของโครงการ 1 ธ.ค.58


แต่ในสถานการณ์คับขัน กลับทำให้ได้พบกับความมีน้ำใจของภรรยาอย่างมาก ทำให้นึกถึงคำพูดของพี่ที่เคารพ เพราะเธอช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางการเงินอย่างถึงที่สุด เป็นคู่คิด ที่ผมเองตั้งใจจะเดินหน้าในหลายๆ เรื่องให้ดีที่สุดครับ

ขอบคุณที่ได้มารักและอยู่ร่วมกันครับ

195: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 46: อีกมุมมองหนึ่งของความทรงจำ @ 58-10-09

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับตอนที่ 46 นี้ สืบเนื่องจากผมกับหนูนาเริ่มสนิทกันมากๆ หนูนาจะชอบมานั่งเล่นบนเตียงนอนลมของผมเป็นประจำ อย่างไม่รังเกียจคนพิการ หนูนาจะ่วยเทปัสสาวะให้แทบทุกวัน อาจเป็นเพราะเห็นคุณแม่ทำทุกวัน และหนูนาชอบเล่นมือถือมากๆ จึงชอบนำมือถือทั้งของผมกับเจี๊ยบไปเล่นประจำ ผมเองก็ไม่สังเกตุ วันนี้ดูในมือถือจึงเห็นภาพภรรยาหลังโน๊ตบุ๊ค จึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของโน๊ตบุ๊ค มาให้ได้อ่านกันครับ

เวลาผมนั่งทำงานผมจะอยู่กับโน๊ตบุ๊คถึงวันละ 15 ชั่วโมง ดังนั้นหากเปิดหน้าจอปุ๊บ จะไม่เห็นหน้าภรรยาที่อยู่ด้านหลังเลย เวลาจะพูดคุยกัน ผมต้องใช้วิธีเลื่อนโน๊ตบุ๊คไปด้านซ้ายบ้าง ขวาบ้าง แล้วแต่ว่าเธอจะนั่งเก้าอี้ตัวไหน หากมีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันแบบยาวๆ จะโดนดุ ว่าหน้าจอบัง หรือถ้าไม่งั้น ก็ประมาณว่า ไม่มีสมาธิคุยกับเธอ

เครดิตภาพ: ลูกสาว "หนูนา" ช่วยถ่ายให้ครับ

มุมเล็กที่ว่า "แต่งกับงาน" กับ "แต่งงาน" ก็ผุดขึ้นมาในหัวเพื่อเปรียบเทียบก็มีเหมือนกัน ผมขอบันทึกเรื่องเล็กน้อยเอาไว้กันลืม สำหรับอนาคต ที่ตั้งใจจะทำบางสิ่งบางอย่าง ต่อไปครับ

194: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 45: เป็นกำลังใจในการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม @ 58-10-05

สวัสดีครับทุกท่าน สำหรับตอนที่ 45 นี้ ข้ามกระโดดจาก ตอนที่ 30 มาเลย อันเนื่องจากมีความตั้งใจจะเขียนเกี่ยววันแต่งงานสัก 10 ตอน และเริ่มเขียนเรื่องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับการต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองทองคำของภรรยา (เจี๊ยบ ชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล) ซึ่ง ณ ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก ในมุมมองของเราสองคน ถึงแม้ว่าจะเข้าใจดีว่า การทำเหมืองทองคำในประเทศไทยจะเต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมาย ไม่ต่างอะไรจากโมเดลแห่งความล้มเหลวในต่างประเทศ แต่เราสองคนก็จะสู้ต่อไป เนื่องจากไม่ได้มีความกังวลใจใดๆ แล้วในอนาคตข้างหน้า

หากเปรียบในหนังภาพยนตร์ อาจเรียกเราสองคนว่า "เดนตาย" ก็ว่าได้ คือ บ้าเลือด ทำนองนั้น ส่วนตัวผมมีหลายเรื่องที่ผมประทับใจเธอ เช่น ความกล้าของเธอ การที่มีสติ เวลามีเรื่องขับคัน เป็นต้น เธอเคยยกพวกไปหน้าสถานฑู๕ตออสเตรเลีย เพื่อไปบอกกล่าวความทุกข์ว่า คนออสเตรเลียมาสร้างความเดือดร้อนให้กับเธอ ครอบครัวเธอ ุชุมชนของเธอ จนทำให้บริษัทผู้ประกอบการฟ้องร้องเธอข้อหา "หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา" เมื่อ 15 พ.ค. 2556


ภาพชาวบ้านหลายจังหวัดมาให้กำลังใจเธอ


นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะพอสามารช่วยเธอได้ คือ การร่างหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมแนบเอกสารอ้างอิงและโต้แย้งการหมิ่นประมาท ช่วงเวลาสั้นๆ อ่านกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง อ่านสำนวน คำพิพากษาหลายคดี (หากมีจังหวะจะนำความรู้เรื่องที่ศึกษาออกมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ นะครับ) และให้เธอตรวจทานอีกครั้งก่อนนำมายื่นที่สำนักอัยการอาญากรุงเทพใต้ (ตรงข้ามวัดยานนาวา) เมื่อวันที่ 5 ต.ค.58

ในใจขอบคุณเธอที่ทำให้ผมได้มีโอกาสทำในหลายๆ เรื่อง ที่สืบเนบื่องมาจากผลของการต่อสู้ของเธอ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ของเธอที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อุมชน และเพื่อไม่ให้ความเสียหายกระจายออกไปอีกมากกว่า 12 จังหวัด หรือ 31 จังหวัด ที่ผู๕้ประกอบการจะมีการทำเหมืองแร่ในอนาคต โดยเฉพาะแร่ทองคำที่อยู่ปะปนกับแร่อื่นๆ อีกมากมาย

เส้นขนานที่มาบรรจบกันแบบมีนัยยะ น่าสนใจในอนาคตที่จะถึงนี้แล้วครับ

HiLight วันฉลองมงคลสมรส ชนัญชิดา+ปรีดา ลิ้มนนทกุล เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558

  

192: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 14: ภาพคู่ที่กำลังทำงานด้วยกัน @58-06-16

สวัสดีครับทุกท่าน ขณะนี้กำลังเคร่งเครียดกับงานชิ้นสำคัญอยู่ กึ่งๆ เขียนวิทยานิพนธ์มากๆ แต่ก็พึ่งเห็นซีดีที่น้องช่างภาพนำมาให้ ที่ถูกถ่ายไว้นานแล้ว เมื่อปี 57 ที่ผ่านมา เกือบปลายปี จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่ได้ขอภรรยาแต่งงาน ยังคงสถานะผู้ช่วยงานอยู่ เห็นแล้วก็อมยิ้ม เพราะว่าทุกๆ วันของชีวิต ตอนนี้ก็ยังแปลกๆ กับการมีครอบครัวเล็กๆ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน หลายเรื่องราวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็รับรู้ได้อย่างแปลกประหลาดเหมือนทุกๆ อย่างเกิดขึ้นมาแล้วนานมาก ยิ่งถึงวันรุ่งขึ้น เวลาของผมก็สั้นลงอีก 1 วัน ขอให้การเตรียมตัวและการชดเชย ได้ถูกระทำให้ได้มากที่สุด การมีครอบครัวกับคุณเจี๊ยบผมนับเป็นของรางวัลที่ได้มา จะอยู่กับรางวัลให้มากที่สุด เท่าที่เวลาจะเป็นของเราครับ


6 โมงเช้าแล้ว ต้องลุยงานต่อ แว๊บ 10 นาทีพิมพ์บทความนี้ครับ ทำงานมาก พักน้อยบ้าง ยังคงใช้ได้เสมอนะครับทุกๆ คน นึกอะไรได้จะทยอยพิมพ์บทความทุกๆ บล็อกให้อ่านกันครับ


191: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 31: VDO ในวันฉลองมงคลสมรส @58-05-25

สวัสดีครับทุกท่าน ในวันฉลองมงคลสมรส มีการเปิดวีดีโอเล่าเรื่องราวของเราสองคนที่พบกัน ที่มีเหตุผลที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน คุณแหม่มที่ทำวีดีโอให้ เริ่มต้นที่ข้อความว่า "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตรงนี้ต้องขอบคุณมากๆ และเราสองคนชอบพรีเซนเทชั่นนี้มากครับ จึงอยากนำมาแบ่งปันให้กับทุกท่านในเว็บบล็อกนี้ด้วยครับ

 



190: ถึงอายุจะสั้น ก็อยากมีบ้านในฝัน @58-06-13

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากที่ชีวิตมีจังหวะพลิกผันจากที่เป็นคนพิการโสด เป็นมีครอบครัวเล็กๆ ขึ้นมา กับสาวภูธร น.ส.ชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล ยอมรับว่า เปลี่ยนวิธีคิดข้างหน้าที่เหลืออยู่ไปอีกทิศทางหนึ่ง จากที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากจะมีที่ดินสักแปลงหนึ่งที่ต่างจังหวัด (จังหวัดนั้นบ้าง จังหวัดนี้บ้าง ตามสถานการณ์พาไป) บวกกับที่เคยได้เรียนวิชาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และชอบเรื่อง Feasibility มากๆ จึงลองทำ Site Analysis ที่ดินที่ตัวเองและครอบครัวใหม่ควรอยู่ ในต่างจังหวัดว่าควรเป็นที่ใด จากนั้นลองเสริช์บ้านสไตล์โมเดิร์น ที่มีรับจ้างทำกัน เอาเป็นภายนอกก่อน ส่วนภายในและรายละเอียดที่ควรจะเป็นไปตามหลักการของ Universal Design นั้น หากมีศักยภาพในอนาคตแล้ว คงลงรายละเอียดกันอีกที


บ้านในฝันแนวๆ นี้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง


บรรยากาศภายนอกที่ต้องการ

สำหรับขนาดของที่ดินที่ต้องการ ควรจะอยู่ประมาณ 5-10 ไร่ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น ผมอยากมีสวนไผ่ สัก 1-2 ไร่ ที่มีลานไผ่ไว้ใช้ทำกิจกรรม อบรม เรียนรู้ ให้กับเยาวชน ด้านเกษตรอินทรีย์ อยากมีแปลงปลูกข้าวไว้ทานเองสัก 1-2 ไร่ และแปลงผักสวนครัว+พืชเศรษฐกิจ ที่ทำให้มีรายได้พอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี

ก็เพียงแต่ตั้งใจไว้ และทำวันนี้ให้ดีที่สุด เท่าที่วางแผนไว้ ลองพายามดูอีก 1-2 ปี ตามกำหนดแผนงานที่วางไว้ในฝั่ง Profit Project สู้ๆ ให้กำลังใจตัวเอง อีกครั้ง หลังจากที่ในสมองห่างหายเรื่องนี้มานานมากแล้วครับ

189: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 30: ถ่ายรูปคู่กับผู้ช่วยชีวิต ด้วยกัน ในวันที่ 58-05-25

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาวคม 2558 ซึ่งเป็นวันที่ดีมากๆ มีความบังเอิญหลายเรื่องมาก ซึ่งผมคงได้นำมาแบ่งปันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทั้งเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ยังจะเป็นการส่วนตัวที่ต้องการบันทึกไว้ ให้น้องๆ คนพิการและคนพิการได้มีกำลังใจที่จะมุ่งมั่นในหลายๆ เรื่อง มีเรื่องบังเอิญที่ประทับใจอย่างมาก คือ ก่อนฉลองมงคลสมรส 1 สัปดาห์ มีผู้ชายคนหนึ่งติดต่อผ่านญาติผม เพราะนึกถึงผมขึ้นมา นึกถึงคนที่ได้เคยช่วยชีวิตไว้ ในที่สุดเราสองคนได้พบกันกับพี่ตรีรัตน์ กาญจนาคม และภรรยา ในงานมงคลสมรส ช่างเป็นสิ่งพิเศษ น่าประทับใจอย่างมาก

ส่วนตัวแล้ว ที่ต้องรบเร้าให้พี่ตรีรัตน์ มาในงานให้ได้ เพราะว่า อยากให้พี่ตรีรัตน์ทราบว่า คนๆ หนึ่งที่พี่ตรีรัตน์ได้ช่วยชีวิตไว้นั้น ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมบ้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่ตรีรัตน์ที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอดในนามของ "อาสาวชิรพยาบาล" ครับ




สำหรับผมแล้ว การที่พี่ตรีรัตน์มาอวยพรปิดท้าย จากแขกผู้มีเกียรติทั้ง 10 ท่าน นับได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีคำบรรยายไหนๆ มาอธิบาย เพราะ "มากกว่าสมบูรณ์" ในความรู้สึกของเราสองคนครับ

เราสองคนต้องขอขอบพระคุณพี่ตรีรัตน์ และภรรยา อย่างมากที่มาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของเราสองคนครับ


ขออนุญาตเก็บข้อมูลเล่าเรื่องจากพี่ตุ้ยมาไว้เป็นที่ระลึกในบทความนี้ครับ

มันแปลกดีนะ...วันนั้น19พ.ค.58 อยู่ๆผมก็นึกอะไรบางอย่างนึกถึงนามสกุลใครคนหนึ่ง ซึ่งผมเคยช่าวเค้าไว้จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผมลองค้นหานามสกุลในFbโดยการสุ่มค้นหาจากนามสกุลโรจน์บัวทอง ก็ได้รายชื่อขึ้นมา ผมเลยลองเสี่ยงกดไปขอเป้นเพื่อนกับคุณมาโนชญ์ โรจน์บัวทอง และสอบถามว่าเคยมีญาติประสบอุบัติเหตุแถวถนนรัตนาธิเบศมั๊ย ท่านก็ตอบว่าเป็นหลานของคุณมาโนชญ์เอง จากนั้นท่านก็ขอเบอร์โทรของผมไปให้หลาน จากนั้นเมื่อวันเสาร์ที่23 พค.น้องคนที่ผมได้เคยช่วยไว้ได้โทรมา เราคุยกันอย่างตื่นเต้น และน้องเชิญให้ผมมาเป็นเกียรติในงานมงคลสมรสของเขาในวันที่25 พค.58 ผมจึงรับปากว่าจะไป เมื่อถึงวันงานผมเดินทางไปถึง สิ่งที่ผมพบ น้องนั่งวิลแชร์หน้าตาสดใสหลังจากที่เข้าไปทักทาย น้องเชิญให้ผมเป็นแขกVIP และขอให้ผมเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เมื่อ 14 ปี ที่แล้วให้ทุกคนฟังบนเวที

เรื่องมีอยู่ว่า เช้ามืดวันนั้นประมาณ ตี5.10 ผมขับรถออกจากบ้านไปทำงาน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนรัตนาธิเบศขาเข้าเยื้องวัดบางรักใหญ่ช่วงนั้นมีสะพานและทางโค้งสังเกตุเห็นมีรถพลิกตะแคงอยู่กลางถนนช่วงนั้นมืดมาก ผมจอดรถและเปิดไฟสัญาณไฟเตือนรถด้านหลังเกรงจะเกิดเหตุซ้ำซ้อน จากนั้นก็ลงไปดู เดินรอบรถ ไม่เห็นคนขับหรือใครเลย จึงคิดว่าคนขับคงเดินไปหาคนมาช่วย ผมลองเอามือแตะฝากระโปรงรถ ปรากฎว่า มันอุ่นๆไม่ร้อนจึงคิดว่าเหตุน่าจะเกิดไม่น้อยกว่า 1 ชม.มาแล้วแตไม่มีใครดูแล ไม่มีเจ้าหน้าที่ไม่มีคนมุง ผมเลยนำไฟฉายเดินหา ผู้ขับขี่

ประมาณ10นาที ก็เห็นมือไหวๆหาจากจุดเกิดเหตุ 40-50 เมตรข้างทาง ผมจึงวิ่งไปหา พบผู้บาดเจ็บนอนลักษณะปกติเหมือนคนนอนธรรมดาสังเกตุด้วนตาไม่มีบาดแผล ผมจึงบอกให้นอนเฉยๆนะ เดี๋ยวตามรถพยาบาลมาให้ ผู้บาดเจ็บตอบครับ รับรู้ จากนั้นผมโทรแจ้ง จ.ส.100 ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาลมา

ประมาณ15 นาทีต่อมารถกระบะเจ้าหน้าที่มาถึงและเริ่มมีคนมาดูเยอะ ผมเลยวิ่งออกไปรอรถพยาบาล พอรถพยาบาลมาถึงผมก็วิ่งนำชี้ทางให้เจ้าหน้าที่พยาบาลไปยังผู้บาดเจ็บ ปรากฏว่าเห็นพลเมืองดีหลายคนกำลังยกคนเจ็บขึ้นกระบะรถตำรวจ ผมต้องตะโกนให้วางคนเจ็บลงและรอเปลของเจ้าหน้าที่มารับขึ้นรถพยาบาล จากนั้นคนเจ็บก็ถูกนำตัวส่งรพ.พระนั่งเกล้า ส่วนผมและร้อยเวรก็ช่วยกันหาเบอร์ที่ติดต่อญาติของผู้บาดเจ็บในรถ ก็พบสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ แล้วลองเสี่ยงโทรไป ปรากฎว่าคนที่รับเป็นอาอี๋ของผู้บาดเจ็บผมจึงแจ้งเรื่องให้ทราบ จากนั้นผมก็ไปทำงาน 

จากนั้นช่วงเย็น ลองโทรไปที่รพ.พระนั่งเกล้ารพ.แจ้งว่าผผู้บาดเจ็บย้าไปอยู่รพ.มิชั่น ผมเลยลองถ้าอาการจากพระนั่งเกล้าเค้าบอกว่ากระดูกต้นคอเคลื่อน ผมเลยรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บรายนี้

ต่อมาไม่นานมีญาติผู้ป่วยแวะมาขอบคุณผมที่บ้าน ซึ่งได้ที่อยู่ผมจากร้อยเวรในวันนั้นซึ่งร้อยเวรเป็นเพื่อนผมสมัยตอนเรียนโยธินบูรณะพอดี วันที่ไปหาผมผมไม่อยู่บ้านไปทำงาน แต่ทางญาติได้ฝากการ์ดขอบคุณไว้และบอกว่าบ้านอยู่ที่ไหน ผมเลยแวะไปหาแต่ไม่พบใครเช่นกัน
จากวันนั้น เป็นเวลา14 ปีแล้วผมก็ไม่เคยนึกถึงอีกเลยจนมาเมื่อวันที่19 พค.58ที่ผ่านมา อยู่ผมก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุและตามหาตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

บัดนี้ผมกับผู้บาดเจ็บได้เจอกันอาการน้องที่เห็นน้องตอนนี่น้องนั่งวิลแชร์ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลงไม่สามารถเดินได้ น้องบอกว่าถ้าไม่ได้พี่ในวันนั้นคงไม่มีวันนี้ พี่คือผู้ให้ชีวิตผมผมรู้สึกตื้นตันใจมาก เรามีอะไรคล้ายกันบางอย่าง ชื่อเล่นขึ้นต้นด้วย ต.เต่าเหมือนกัน จบโยธินเหมือนกัน เกิดเดือนเดียวกัน 

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันเป็นเพราะอะไรก็ไม่รู่ทำให้ผมกับผู้บาดเจ็บมาเจอกันได้อีกครั้ง อย่างไรแล้ว ผมขอให้ชีวิตคู่ของน้องปรีดา ลิ้มนนทกุล (โรจน์บัวทอง)ประสบแต่ความสุขสมหวังในชีวิตครอบครัว และผมจะเป็นอีก 1 กำลังใจให้กับน้องเสมอ
อ.ตรีรัตน์ กาญจนาคม โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยา
อาสาฯวชิรพยาบาล


อ้างอิงจากลิงก์