Showing posts with label ชีวิตสีเขียว. Show all posts
Showing posts with label ชีวิตสีเขียว. Show all posts

จำนวนเฉพาะลำดับที่ 8 (17) : ชีวิตสีเขียว 2

สวัสดีครับทุกคน ครั้งนี้ผมขอนำบทความเก่าที่ต่อเนื่องมาให้ดูกัน เป็นบทความที่เคยเขียนใน winbookclub.com

02/02/2007

ต่อจากตอน 1 ครับ จบ ร.ด. มาแล้ว 7 ปีผ่านไป ก็มีเอกสารมาจากสัสดีอำเภอครับผมก็ไม่คิดอะไรหรอกครับ ไปรายงานตัว สัสดีบอกว่า ลงทะเบียนเฉยๆ ไม่มีอะไร

ผมเล่าให้เพื่อนฟัง มันบอกผมว่าโง่ ไปรายงานตัวทำไม เดี๋ยวก็มีหมายมาเรียกฝึกทหารหรอก แต่ผมก็เฉยๆ นะครับ ถ้าเรียกมาก็ไป เพราะพี่ชายผมก็โดนเรียกฝึกเหมือนกัน

ตามนั้นเลยครับ อีก 1 ปี ก็ถูกหมายเรียก ให้เข้ารับการฝึกกำลังพลสำรองที่ ประจวบคีรีขันธ์ ค่ายสุริโยทัย ใกล้ๆ ค่ายธนรัชต์

ทุกคนต้องไปรายงานตัวที่ มณฑลจังหวัดกรุงเทพ ปรากฎว่าไปรายงานตัวแค่30% เท่านั้น ทำให้แผนการฝึกที่ทางกรมฯ วางแผนไว้มีปัญหา เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้คนในจำนวนมากเพื่อฝึกภาคกองร้อย ทางครูฝึกจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการนำทหารเกณฑ์เข้ามาผสมด้วย

วันแรกมีการปฐมนิเทศน์ เสธ.ให้กำลังใจด้วยว่า พวกท่านที่มาในที่นี้ ถ้ามาติดต่อกัน3 ปี นอกจากจะได้ปลดประจำการแล้ว ถ้าเกิดปัญหาในทางคดี ก็ถือว่านำความดีที่มารับใช้ชาติคราวหน้าเป็นสิ่งยืนยันถึงความเป็นพลเมืองได้อีกทางหนึ่งได้ เพราะแสดงถึงการเป็นประชาชนที่มีระเบียบ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และต่อตนเองซึ่งอาจช่วยได้ หรืออย่างน้อยก็ให้หนักเป็นเบาได้

จากนั้นก็มีอีกหลายขั้นตอน จนถึงการแบ่งกำลังพล ซึ่งพวกเราไม่มีสิทธิ์เลือกหน่วยเลย แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ผมถูกเลือกไปอยู่ฝ่ายสนับสนุนการรบ หรือ สสก.ด้านโยธา ทำอะไรบ้างเหรอครับ ก็ด้านโยธาจริงๆ เลยครับ

ขุดหลุมทุกประเภทครับ ตั้งแต่หลุมบุคคลเดี่ยว คู่ ปืนกล วางสิ่งกีดขวางในการฝึกให้กับทหารหน่วยอื่น เมื่อถึงวันฝึกภาคสนาม ก็ต้องทำห้องส้วมให้ผู้บังคับกองร้อยครับ ส่วนที่พักของทั้งกองร้อย ใกล้บึง ต้องทำที่พักยื่นออกไป คล้ายท่าน้ำเพื่อให้เพื่อนๆ อาบน้ำสะดวก

มาถึงที่พักของพวกโยธาอย่างเรา ซึ่งมีกันแค่ 9 คนเอง ก็ช่วยกันทำเต๊นท์ บนเงื่อนไข1 คน มีอุปกรณ์ 1/2 เต็นท์ กลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่จะตั้งเต๊นท์ในพื้นที่ราบ ง่ายๆ แต่พวกเราตั้งกลุ่มเต๊นท์ในพื้นที่เอียงนิดหน่อย สูงกว่าพื้นที่กลุ่มอื่น เพื่อให้ไม่เกิดปัญหาเวลาฝนตก และรอบๆ ผ้าใบของเต๊นท์ก็นำทรายและดินมากลบให้กลืนกันไป เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษ เช่น มด งู แมลงมีพิษ คลานหรือเลื้อยเข้ามา

พวกเราเลือกพื้นที่ ที่ด้านบนมีพืชประเภทหนามปกคลุมหนาแน่น เป็นไม้เลื้อยมีหนามแหลมคม และฟันให้สูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตร เพื่อเข้า-ออกสะดวก ด้านบนมีต้นไม้ปกคลุม ทำให้เวลาฝนตก พื้นที่ของพวกเราจะไม่โดนฝนหนักเหมือนกลุ่มอื่น

พวกเราทำเต๊นท์เป็น 3 เต็นท์ คือสำหรับ 2 คน 2 หลัง และสำหรับ 5 คน 1 หลังเพื่อให้หลังใหญ่สุดไว้เก็บอุปกรณ์-เครื่องมือ ที่ใช้ในการฝึก โดยให้เต๊นท์หันหน้าเข้าหากัน เพื่อเวลาพักในเต๊นท์จะได้ปรึกษากันได้

ด้านหน้าเต๊นท์จะขุดร่องน้ำ กว้าง 1 คืบ ลึก 1/2 คืบ ห่างหน้าเต๊นท์ 1 คืบ เพื่อให้เวลาฝนตกน้ำจะไหลผ่านร่องน้ำไป ทำให้ไม่เลอะเทอะ ส่วนชายเต๊นท์ทั้ง 3 ด้านเราเอาดินคลุมอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร และร่องน้ำนี้ ยังช่วยให้งูที่เลื้อยผ่าน ด้านหน้าจะเลื้อยไปตามร่องด้วย

ห่างจากกลุ่มเต๊นท์ ไป 3 เมตร เราถางพื้นให้เรียบประมาณ 9 ตารางเมตร ตรงกลางขุดหลุม และนำหินมาวางรอบๆ เพื่อไว้หุง-ต้ม อาหาร และหากิ่งไม้ มาทำที่วางภาชนะ

ห่างไปอีก 3 เมตรใกล้ทาง เข้า-ออก พวกเราทำหลุมขยะ เพื่อทิ้งเศษอาหาร และกลบเป็นชั้นๆ โดยเตรียมดินกองไว้ใกล้ๆ สำคัญมาก เพราะกลิ่น-เศษอาหารทำให้สกปรกและอาจมีสัตว์ต่างๆ มาแวะเวียน กลุ่มอื่นโดนงูกัดด้วย

พวกเราถูกกลุ่มอื่น แซวว่าโอเวอร์ แต่ตลอด 10 วันที่เราอยู่ในป่าที่ฝึกภาคสนามครูฝึกมักจะมานั่งกินกาแฟ พักผ่อน เป็นประจำทุกคืน ทำให้ได้รับฟังประสบการณ์ของท่าน เพื่อนๆ ก็มาขอหลบพักผ่อน เวลาฝนตกหนัก

ที่นี่เวลาเหนื่อยจากการฝึก พวกเราจะรู้สึกเหมือนบ้าน มีความสุขมากเมื่อพักผ่อนครูฝึกและผู้บังคับบัญชา จะชมว่าสมกับเป็นโยธาจริงๆ

ในการฝึก ก่อนออกภาคสนาม เราได้ฝึกการเก็บกู้-วางระเบิด TNT จากของจริงซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากๆ ทำให้ผมเข้าใจเหตุการณ์ในทีวีช่วงเวลานี้และได้นำไปใช้ตอนฝึกภาคสนามเพื่อให้เกิดระเบิด ตอนเข้าตีข้าศึก

และตอนฝึกภาคสนาม ยังต้องปลอมเป็นศัตรู เพื่อยิงปืนกลชุดสร้างสถานการณ์ผมยิงไปเกือบ 500 นัด เข้าภูเขา วางสิ่งกีดขวางให้เข้าตียาก

ที่นี่ทำให้ผมมีประสบการณ์อันมีค่ามากมาย ผมเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มา

ที่นี่ผมได้พบเพื่อนทุกชนชั้น ตั้งแต่คนเก็บขยะ ถึงผู้จัดการ และเจ้าของกิจการที่นี่ผมพบเพื่อนสมัยมัธยม และมหาวิทยาลัยด้วย และบังเอิญมากที่เพื่อนมัธยมห้องเดียวกันมาอยู่หมวดโยธาเหมือนกัน

ยาวแล้วครับ ขอบคุณทุกคนที่อ่านชีวิตสีเขียว 2 ของผม

ขอบคุณประสบการณ์อันมีค่า จริงๆ อยากเล่ามากกว่านี้ โอกาสหน้าจะนำภาพมาประกอบด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 089-6910225
email :
preeda.limnontakul@gmail.com
update : Aug 22, 2007

วันหวยออก (16) : ชีวิตสีเขียว 1

สวัสดีครับทุกคน ครั้งนี้ผมขอนำบทความเก่ามาให้ดูกัน เป็นบทความที่เคยเขียนใน winbookclub.com

เขียนเมื่อ 28/1/07

เห็นกำลังดังครับ สีนั้น สีนี้ ผมก็เคยสีเขียวครับ กองทัพบกแต่เริ่มความคิดจะเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะได้อ่านแผ่นพับ ของ true ในส่วนการโหลดเพลงรอสาย เห็นเพลง จิ๊บ ร.ด. จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ผมเคยมีประสบการณ์เรื่องเรียนร.ด. และเป็นทหารชั่วคราว 3 ปี ติดต่อกัน ปีที่ 1 เป็น 21 วัน ปีที่ 2 เป็น 21 วันและปีสุดท้าย 1 วัน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี จึงอยากถ่ายทอดให้อ่านกันครับ

เนื่องจากจะยาวเกินไป ผมแบ่งเป็น 2 ตอนละกัน

ตอน 1 เริ่มเลยครับ โดยปกติ เมื่อผู้ชายขึ้น ม.4 จะต้องเลือกเรียนกิจกรรม ซึ่งก็มีหลายอย่างให้เลือกตามหลักสูตร ในสมัยที่ผมเรียน ม.ปลาย ที่ รร.โยธินบูรณะ เช่นลูกเสือวิสามัญ ห้องสมุด หรือ เรียน ร.ด. ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเลือกเรียน ร.ด. กันครับ

ผมก็เป็นคนส่วนใหญ่เช่นกันที่ตั้งใจว่า ต้องเรียน ร.ด. ให้ได้ ทำไมผมถึงต้องตั้งใจด้วย ก็เพราะว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะเรียน ร.ด. ได้นะครับ มีเยอะเหมือนกันที่ไม่มีโอกาสได้เรียนนะครับ เพราะทดสอบร่างกายไม่ผ่าน เช่น วิ่ง วิดพื้น เป็นต้น หรือแม้แต่การตรวจร่างกาย เช่นการวัดรอบอก

นี่แหละครับ ที่ผมหวาดเสียว เพราะผมเป็นคนผอม เขาจะวัดรอบอกก่อนหายใจเข้าและตอนหายใจเข้า ตอนที่เขาวัดรอบอกผม ผมหายใจเข้าเลย พอจะวัดรอบสองผมจะหายใจเข้าอีกนิดนึง เจ้าหน้าที่เขาก็อมยิ้ม แล้วถามผมว่าจะมาทดสอบปีหน้าไหม ผมบอกไม่ได้ครับ ถ้าไม่ผ่าน กลับบ้าน แม่โกรธตายเลย อีกอย่างเสียเวลาไปตั้ง 1 ปี เขาก็เลยให้ผ่าน

สาเหตุหลักๆ ผมคิดว่า ผู้ชายที่ขึ้นจาก ม.3 มา ม.4 กำลังโต ซึ่งก็อาจไม่ทันวัดร่างกายก็ต้องรออีกปี คงผ่านพอดี เพราะเพื่อนๆ ผมหลายคนก็กลัวการเรียน ร.ด.ก็ไม่สนใจเรียน ม.5 ก็ได้ หรือบางคนก็ไม่เรียนเลย สุดท้ายก็ต้องเกณฑ์ทหาร หรือใช้เงินผ่านเรื่อง

เมื่อได้เรียนแล้ว ต้องเรียนให้ครบ 3 ปีถึงจะดี ก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร หรือถ้าสมัครก็เป็นแค่ 6 เดือน แต่ 6 เดือนแรกนี่แหละครับ ฝึกหนักที่สุด เพราะผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนที่ผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว

การเรียน ร.ด. ทั้ง 3 ปีในความคิดของผม เป็นการเรียนที่ไม่ได้ยากลำบากอะไรทำให้เรียนรู้ชีวิตทหารตามหลักการ ส่วนการฝึกทำให้ร่างกายแข็งแรง และได้สัมผัสชีวิตทหารบางส่วนเท่านั้น

เนื่องจากผมเรียนที่ รร.โยธินบูรณะ ซึ่งเป็น 1 ในหลายๆ รร.ที่สอบติดเตรียมทหารมากในแต่ละปี ทำให้ผมคิดว่า การเข้าค่ายลูกเสือตอน ม.3 ยังฝึกหนักกว่า ร.ด. อีกครับ ดังนั้นเมื่อผมได้เรียน ร.ด.จึงรู้สึกสบายๆ

ส่วนการฝึกที่เขาชนไก่ ตอนปี 3 ทั้ง 7 วัน ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกช่วงชีวิตหนึ่งถ้าใครสนใจ จดจำไว้ ก็สามารถนำมาใช้ได้จริง เมื่อเรามีความจำเป็นต้องใช้ในตอนลำบากได้ เช่น ติดป่า เป็นต้น

ตอน 2 สุดท้าย ก็ต่อเนื่องจาก ร.ด.นี่แหละครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟังครับส่วน 7 วันที่เขาชนไก่ มีเรื่องมากมาย เขียนเป็นเล่มก็ไม่จบ ถ้าผมนึกถึงช่วงไหนที่ประทับใจจะลองเขียนให้อ่านกันนะครับ

ขอบคุณครับ

ปรยา(ปรีดา ลิ้มนนทกุล )
mobile : 089-3263248
Tel. & Fax.: 02-9232724
email : preeda.limnontakul@gmail.com
email : preeda@gpaymentservice.com
website : http://www.gpaymentservice.com/
update : Aug 5, 2007