Showing posts with label โยธินบูรณะ. Show all posts
Showing posts with label โยธินบูรณะ. Show all posts

35 : เยี่ยมโรงเรียนเก่า โยธินบูรณะ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความตอนนี้ ผมอยากจะกล่าวถึง โรงเรียนโยธินบูรณะ ซึ่งผมเรียนชั้นมัธยมศึกษา 6 ปี ที่นี่ ผมจบจากโยธินฯ ปี พ.ศ.2533 ก็ราวๆ สัก 18 ปีได้แล้วครับ ผมเป็นศิษย์เก่าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะผมไม่เคยกลับไปเยี่ยมเลย หมายถึงไปเยี่ยมอาจารย์ หรือ คุณครูนะครับ แต่ถ้าแบบว่า เข้าไปในรั้วโรงเรียน ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ ระลึกความหลัง ไปเดินรอบสนาม เหมือนเล่นมิวสิควีดีโอ ประมาณนี้ ก็สัก 5-6 ครั้ง ได้ครับ

จนเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมได้เริ่มงานใหม่อีกงานบางตัว ที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ เป็นโปรแกรมการเรียนภาษาอังกฤษด้านการออกเสียง จึงนึกถึงโรงเรียน ที่ผมเคยเรียนขึ้นมาทันที จึงตัดสินใจโทรไปที่โรงเรียน และขอสาย อาจารย์ที่เคยเป็น อาจารย์ประจำชั้น นัดหมายกัน จนผมได้ไปเยี่ยมโรงเรียนแบบสมบูรณ์ คือ ได้ไปพบอาจารย์ด้วยครับ เนื้อหาที่คุยกัน ก็มีจุดมุ่งหมายหลายอย่าง เช่น ผมเคยได้รับทุนจากโรงเรียน จึงอยากมอบชุดการเรียน 100 ชุดให้กับโรงเรียน ผมอยากให้นักเรียนรุ่นน้องได้รับความรู้พื้นฐานที่ถูกต้อง ด้านการออกเสียงภาษาอังกฤษ .....อ่านต่อ

35 : เยี่ยมโรงเรียนเก่า โยธินบูรณะ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความตอนนี้ ผมอยากจะกล่าวถึง โรงเรียนโยธินบูรณะ ซึ่งผมเรียนชั้นมัธยมศึกษา 6 ปี ที่นี่ ผมจบจากโยธินฯ ปี พ.ศ.2533 ก็ราวๆ สัก 18 ปีได้แล้วครับ ผมเป็นศิษย์เก่าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะผมไม่เคยกลับไปเยี่ยมเลย หมายถึงไปเยี่ยมอาจารย์ หรือ คุณครูนะครับ แต่ถ้าแบบว่า เข้าไปในรั้วโรงเรียน ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำ ระลึกความหลัง ไปเดินรอบสนาม เหมือนเล่นมิวสิควีดีโอ ประมาณนี้ ก็สัก 5-6 ครั้ง ได้ครับ

จนเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมได้เริ่มงานใหม่อีกงานบางตัว ที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ
เป็นโปรแกรมการเรียนภาษาอังกฤษด้านการออกเสียง จึงนึกถึงโรงเรียน ที่ผมเคยเรียนขึ้นมาทันที จึงตัดสินใจโทรไปที่โรงเรียน และขอสาย อาจารย์ที่เคยเป็น อาจารย์ประจำชั้น นัดหมายกัน จนผมได้ไปเยี่ยมโรงเรียนแบบสมบูรณ์ คือ ได้ไปพบอาจารย์ด้วยครับ เนื้อหาที่คุยกัน ก็มีจุดมุ่งหมายหลายอย่าง เช่น ผมเคยได้รับทุนจากโรงเรียน จึงอยากมอบชุดการเรียน 100 ชุดให้กับโรงเรียน ผมอยากให้นักเรียนรุ่นน้องได้รับความรู้พื้นฐานที่ถูกต้อง ด้านการออกเสียงภาษาอังกฤษ

ต่อมาเมื่อวันที่ 31/10/08 ผมกับอาจารย์ ก็ได้ไปที่โรงเรียนโยธินบูรณะอีกครั้ง โดยอาจารย์ธีระ ไปบรรยายเกี่ยวกับที่มา และพื้นฐานของโปรแกรมฯ อย่างสนุกสนาน


พอดีว่า ไม่ได้เตรียมกล้องไป จึงถ่ายจากมือถือ ภาพจึงอาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่ ต้องขอโทษนะครับ ที่เห็นยืนบรรยายอยู่ในภาพแรก คือ อาจารย์ธีระ กรรมการผู้จัดการของบริษัท Education at Click จำกัด ครับ


ผมนั่งบนรถเข็น อาจารย์บุญทิพา ยืนใส่ชุดสีม่วงอยู่ครับ


และที่นั่งฟังกันอยู่นี้เป็น น้องๆ จากโครงการภาคภาษาอังกฤษ ครับ


ผมดีใจมาก เลยที่อาจารย์หลายๆ ท่าน จำผมได้ และผมก็จำอาจารย์ได้ทุกท่าน จากนั้นทางอาจารย์ก็สนใจที่จะนำโปรแกรมนี้ ไปเสริมความรู้ให้กับนักเรียนภายนโรงเรียนอย่างตั้งใจ ทางผมกับคณะบริหารงาน ก็ได้มีโอกาสมานำเสนอความรู้นี้ ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยม 3

แล้วก็มีโอกาสได้มาพบอาจารย์ที่เคยสอนวิชาฟิสิกส์ต่ออีก 2 ชั่วโมง ตอนแรกๆ อาจารย์ก็ยังจำผมไม่ได้ พอจำได้ ก็สนทนากันสนิทขึ้น ดังนั้น วันศุกร์ที่ 31/10/2551 ที่ผ่าน ผมมีความสุขมากๆ กับความเข้าใจที่ทางอาจารย์ทุกท่านมีให้

อ่านแล้ว ใครคิดถึงโรงเรียนเก่ากันขึ้นมา ก็แวะไปเยี่ยมกันได้นะครับ บางทีพอเราไปนั่งกินข้าว หรือก๋วยเตี๋ยว ร้านประจำ อาจจะมีความสุขกันขึ้นมาได้นะครับ


ขอบคุณครับ
ปรยา
1/11/2551

วันหวยออก (16) : ชีวิตสีเขียว 1

สวัสดีครับทุกคน ครั้งนี้ผมขอนำบทความเก่ามาให้ดูกัน เป็นบทความที่เคยเขียนใน winbookclub.com

เขียนเมื่อ 28/1/07

เห็นกำลังดังครับ สีนั้น สีนี้ ผมก็เคยสีเขียวครับ กองทัพบกแต่เริ่มความคิดจะเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะได้อ่านแผ่นพับ ของ true ในส่วนการโหลดเพลงรอสาย เห็นเพลง จิ๊บ ร.ด. จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ผมเคยมีประสบการณ์เรื่องเรียนร.ด. และเป็นทหารชั่วคราว 3 ปี ติดต่อกัน ปีที่ 1 เป็น 21 วัน ปีที่ 2 เป็น 21 วันและปีสุดท้าย 1 วัน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี จึงอยากถ่ายทอดให้อ่านกันครับ

เนื่องจากจะยาวเกินไป ผมแบ่งเป็น 2 ตอนละกัน

ตอน 1 เริ่มเลยครับ โดยปกติ เมื่อผู้ชายขึ้น ม.4 จะต้องเลือกเรียนกิจกรรม ซึ่งก็มีหลายอย่างให้เลือกตามหลักสูตร ในสมัยที่ผมเรียน ม.ปลาย ที่ รร.โยธินบูรณะ เช่นลูกเสือวิสามัญ ห้องสมุด หรือ เรียน ร.ด. ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเลือกเรียน ร.ด. กันครับ

ผมก็เป็นคนส่วนใหญ่เช่นกันที่ตั้งใจว่า ต้องเรียน ร.ด. ให้ได้ ทำไมผมถึงต้องตั้งใจด้วย ก็เพราะว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะเรียน ร.ด. ได้นะครับ มีเยอะเหมือนกันที่ไม่มีโอกาสได้เรียนนะครับ เพราะทดสอบร่างกายไม่ผ่าน เช่น วิ่ง วิดพื้น เป็นต้น หรือแม้แต่การตรวจร่างกาย เช่นการวัดรอบอก

นี่แหละครับ ที่ผมหวาดเสียว เพราะผมเป็นคนผอม เขาจะวัดรอบอกก่อนหายใจเข้าและตอนหายใจเข้า ตอนที่เขาวัดรอบอกผม ผมหายใจเข้าเลย พอจะวัดรอบสองผมจะหายใจเข้าอีกนิดนึง เจ้าหน้าที่เขาก็อมยิ้ม แล้วถามผมว่าจะมาทดสอบปีหน้าไหม ผมบอกไม่ได้ครับ ถ้าไม่ผ่าน กลับบ้าน แม่โกรธตายเลย อีกอย่างเสียเวลาไปตั้ง 1 ปี เขาก็เลยให้ผ่าน

สาเหตุหลักๆ ผมคิดว่า ผู้ชายที่ขึ้นจาก ม.3 มา ม.4 กำลังโต ซึ่งก็อาจไม่ทันวัดร่างกายก็ต้องรออีกปี คงผ่านพอดี เพราะเพื่อนๆ ผมหลายคนก็กลัวการเรียน ร.ด.ก็ไม่สนใจเรียน ม.5 ก็ได้ หรือบางคนก็ไม่เรียนเลย สุดท้ายก็ต้องเกณฑ์ทหาร หรือใช้เงินผ่านเรื่อง

เมื่อได้เรียนแล้ว ต้องเรียนให้ครบ 3 ปีถึงจะดี ก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร หรือถ้าสมัครก็เป็นแค่ 6 เดือน แต่ 6 เดือนแรกนี่แหละครับ ฝึกหนักที่สุด เพราะผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนที่ผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว

การเรียน ร.ด. ทั้ง 3 ปีในความคิดของผม เป็นการเรียนที่ไม่ได้ยากลำบากอะไรทำให้เรียนรู้ชีวิตทหารตามหลักการ ส่วนการฝึกทำให้ร่างกายแข็งแรง และได้สัมผัสชีวิตทหารบางส่วนเท่านั้น

เนื่องจากผมเรียนที่ รร.โยธินบูรณะ ซึ่งเป็น 1 ในหลายๆ รร.ที่สอบติดเตรียมทหารมากในแต่ละปี ทำให้ผมคิดว่า การเข้าค่ายลูกเสือตอน ม.3 ยังฝึกหนักกว่า ร.ด. อีกครับ ดังนั้นเมื่อผมได้เรียน ร.ด.จึงรู้สึกสบายๆ

ส่วนการฝึกที่เขาชนไก่ ตอนปี 3 ทั้ง 7 วัน ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกช่วงชีวิตหนึ่งถ้าใครสนใจ จดจำไว้ ก็สามารถนำมาใช้ได้จริง เมื่อเรามีความจำเป็นต้องใช้ในตอนลำบากได้ เช่น ติดป่า เป็นต้น

ตอน 2 สุดท้าย ก็ต่อเนื่องจาก ร.ด.นี่แหละครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟังครับส่วน 7 วันที่เขาชนไก่ มีเรื่องมากมาย เขียนเป็นเล่มก็ไม่จบ ถ้าผมนึกถึงช่วงไหนที่ประทับใจจะลองเขียนให้อ่านกันนะครับ

ขอบคุณครับ

ปรยา(ปรีดา ลิ้มนนทกุล )
mobile : 089-3263248
Tel. & Fax.: 02-9232724
email : preeda.limnontakul@gmail.com
email : preeda@gpaymentservice.com
website : http://www.gpaymentservice.com/
update : Aug 5, 2007