Showing posts with label ชนัญชิดา. Show all posts
Showing posts with label ชนัญชิดา. Show all posts

243: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 73: ภรรยาพาอาม้าไปตลาดบางบัวทอง เมื่อ 5 เม.ย.63 (ช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด)

สวัสดีครับทุกท่าน บทความนี้ผมเพียงแบ่งปันเรื่องของความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ได้มีชีวิตยาวนาน แท้ที่จริงแล้วที่คนเราไม่ได้เป็นอมตะทางด้านกายภาพนั้น มุมมองผม ณ ปัจจุบันนี้เป็นเพราะทรัพยากรทุกๆ ด้านนั้นมีอยู่จำกัด เงื่อนไขที่ร่างกายมนุษย์เราอยู่ประมาณ 80-100 ปี เพราะมันก็มากเพียงพอที่เราได้ชีวิตมาสร้างกรรมดี ส่วนตัวผมหากไม่นีบเรื่องการประสบปัญหาชีวิตในหลายๆ ครั้ง ซึ่งผมไม่อยากนับรวมเรื่องการที่ผมต้องมาเป็นคนพิการนะครับ แต่ผมมองว่ามันเกิดสถานการณ์ที่ต้องทำให้ผมเป็นคนพิการต่างหาก ดังนั้นสภาวะจิตผมจึงไม่ได้นึกถึงความพิการ แต่นึกถึงเรื่องรอบๆ ตัวจากที่ผมต้องเป็นคพิการ

ดังนั้นการที่ผมเอ่ยแบบวกวนสำหรับบางท่านไปในย่อหน้าแรกนั้น ผมแค่เพียงจะบอกว่า สำหรับเรื่องคู่ครองนั้นผมโชคดีมาก ภรรยาผมบอกเสมอว่า "จะทำเรื่องที่ควรทำแทนผม การไปเดินตลาดกับอาม้า (คุณแม่ผม) และขับรถไปให้ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำแทนผม" บทความนี้จึงชิวๆ ภรรยาแทนภาพแม่สามี อาม้าของผมตลอดการจ่ายตลาดครับ


อาม้า (ขวามือสุดผมขาว) กำลังจ่ายตลาดเนื้อไก่



ตั้งแต่ผ่าตัดหัวเข่าครบ 2 ข้าง น้องสาวเล่าว่า เดินตัวปลิวเลยครับ

ภรรยาบอกว่า ซื้อผักไปเพียบ ครับ




อาหารทะเลครับ จ่ายตลาดเพลินยาวครับ ภรรยาเล่าให้ฟฟัง







ถึงตรงนี้ผมเองก็ถือว่า เป็นผู้ชายที่โชคดีคนหนึ่ง ที่ได้ภรรยาที่มีความเข้าใจในทุกเรื่อง มีความเก่งในหลายเรื่อง และยังเก่งกาจ กล้าหาญสามารถหลายเรื่อง ครับ ปลื้มนะครับ บทความนี้เชียร์ภรรยานิดนึงครับ



บทความอ้างอิง:

226: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 60: ภรรยาปลูกพืชสวนครัวหลังบ้านเพราะทำครัวทุกวัน @ 28 พ.ค.61

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน นานแล้วห่างจากการเขียนบล็อก เพราะว่ามีงานรุมเร้ามาก จนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่เสร็จ แต่พอดีภรรยาส่งภาพมุมสวนครัวเล็กๆ หลังบ้าน ดูแล้วสดชื่น เลยอยากพิมพ์บทความเอาไว้อ่าน คร่าวๆ ผมพอได้ยินภรรยาบ่นๆ ว่า กระเพรากำละ 10 บาท ส่วนตัวก็รู้สึกว่า อึม! ราคาสูงเหมือนกัน พอดีมุมหลังบ้านฝั่งห้องทำงานที่ต่อเติมใหม่นั้นยังว่างอยู่ เคยเอาดอกไม้คุณนายตื่นสายมาปลูก ตายเรียบเลย ภรรยาจึงปลูกต้นกระเพรา และต้นพริกขี้หนู แทน เพราะกระเพราแพง และที่บ้านเราก็กินข้าวผัดกระเพรากันบ่อย เนื่องจากภรรยาชอบทำอาหารทานเอง สบะอาดกว่าทานนอกบ้าน

พอภรรยาส่งภาพมาทางไลน์กลุ่มครอบครัวลิ้มนนทกุล ผมก็เลยรีบวางมือจากงาน พิมพ์บทความสั้นๆ ไว้ก่อน เพราะภาพสวย เห็นแล้วชื่นใจเล็กๆ ครับ คงปรึกษาภรรยาต่อว่า พอละงานจากการเป็นกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านแล้ว จะแบ่งเวลามาทำมุมสวนครัวให้ใหญ่ขึ้นอีตกสักนิดไหม เพราะผมไม่ได้ทำเอง พิการรุนแรง ทำเองไม่ได้ ทุกอย่างมาจากฝีมือภรรยาหมดครับ






แต่มั่นใจว่า ถ้ามีเวลามากขึ้น ภรรยาคงจะเต็มใจอยู่แล้วครับ

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

225: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 59: ครบรอบ 3 ปี มงคลสมรส ครบรอบ 4 ปี ที่รักกัน @ 25 พ.ค.61

ทุกวันที่ ๒๕ ของทุกเดือน ผมจะมอบดอกไม้ให้ภรรยา และวันนี้ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เป็นทั้งวันเกิด และวันครบรอบแต่งงาน (ฉลองมงคลสมรส) ของเราสองคน กลอนนี้เป็นกลอนที่สื่อสารกับภรรยา ที่เป็นทั้งภรรยา เป็นน้องสาว เป็นเพื่อน เป็นพยายาล เป็นคนขับรถ เป็นผู้ดูแล เป็นเลขานุการ เป็นเชฟ (แม่ครัว) เป็นเสมียน เป็นแม่บ้าน เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม วันนี้จึงเป็นวันแห่งความสุขใหญ่สำหรับครอบครัวเรา

กลอนนี้ยังเป็นกำลังใจให้กับคนพิการทุกท่าน หากทุกท่านมีความพยายาม มีความใส่ใจในชีวิต มีอาชีพ มีความคิดก้าวหน้า ก็สามารถที่จะสร้างครอบครัวที่มีความสุขได้






๒๕ พฤษภา ๒๕๖๑
ย้อนนึกถึง วันวิวาห์ น่าสงสัย
ใครคือ ชนัญชิดา เธอเป็นใคร
ถึงมาได้ แต่งงาน กับปรีดา
.
ข้าพเจ้า ปรีดา ย้อนพานึก
รวมพลยื่น ถึงสภา ไม่หวั่นไหว
๑๕ คน พานพบเธอ ไม่ใช่ใคร
รู้จักไว้ ชนัญชิดา (ใจ) ข้าพะวง
.
ศรปักลง ตรงจิต คิดถึงหน้า
เมื่อศึกษา พบว่าเธอ นั้นยิ่งใหญ่
เธอต่อสู้ เพื่อเพื่อนพ้อง เพื่อคนไทย
เหมืองทองใคร เธอลุกสู้ กู้แผ่นดิน
.
จิตอาสา พุ่งเข้ามา พาให้พบ
มาบรรจบ ตรงหน้า ไม่สงสัย
มีใจช่วย ด้วยกัน หัวใจไทย
จากร่วมใจ เป็นร่วมจิต ชิดชอบกัน
.
ครั้น ๒๕ ตุลา (๒๕๕๗) ๕๗
หัวใจพร้อม เบ็ดเสร็จ ไม่สงสัย
พบคุณแม่ ชนัญชิดา เดินทางไป
พร้อมหัวใจ หัวจิต คิดคนึง
.
ถึงหมู่บ้าน เขาดิน (ตำบล) เขาเจ็ดลูก
เจรจา แบบลูกทุ่ง หัวใจใส
ขอคุณแม่ แต่งงาน เพระมีใจ
ถึงพิการ แต่สู้ไหว รักชนัญชิดา
.
๒๕ ธันวา (๒๕๕๗) ๕๗
แต่งเบ็ดเสร็จ แบบจีนไทย ใจคิดถึง
จึงวิวาห์ ว่าสังคม ควรคำนึง
ความลึกซึ้ง พึงพา มาพบเธอ
.
ถ้าคุณเจอ คนที่ใช่ ใจบอกชอบ
ทุกคำตอบ กรอบที่วาง ทางที่หมาย
คล้ายลิขิต จิตคนึง ตรึงหัวใจ
ชนัญชิดา สู้แค่ตาย โดนใจจัง
.
ทำเพื่อคน จนใครใคร ใจยอมรับ
ศรจึงปัก ตรงหัวใจ ไม่สับสน
จนถึงวัน วิวาห์ ให้ทุกคน
เปี่ยมสุขล้น ถ้วนหน้า ข้ายินดี
.
ปรีดาคัด เชิญบัตร นัดทุกท่าน
๑๔๐ มารวมกัน เป็นนัดใหญ่
ให้เกียรติเธอ ภรรยา ด้วยหัวใจ
ไม่สงสัย ชนัญชิดา วิวาห์กัน
.
วัน ๒๕ พฤษภา (๒๕๕๘) ๕๘
วิวาห์แปลก เป็นเพราะว่า น่าฉงน
คนขึ้นพูด บนเวที ท่านทุกคน (๑๒ ท่าน)
เป็นบุคคล มีพระคุณ หนุนชูเรา
.
เริ่มเบาเบา เป็นประธาน ท่านผู้พิพากษา
เปล่งวาจา ยกแก้วชน คนสงสัย
ไม่มีเมา ในแก้วน้ำ เป็นอะไร
น้ำใสใส ยกชน คนไชโย
.
โผล่มาที่ อาหาร จานแปลกแปลก
รสชาติแรก สงสัย อะไรหนา
อาหารเจ ทุกจาน งานวิวาห์
ไม่มุ่งฆ่า ตัดชีวิต (เพราะ) จิตสองเรา
.
ทุกทุกเช้า ข้าพเจ้า ต้องครุ่นคิด
กัลยา ณมิตร อยู่ที่ไหน
ชนัญชิดา เป็นทั้งเพื่อน และดวงใจ
ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งนับวัน ฉันรักเธอ
.
เผลอไม่นาน หลายปีผ่าน ยิ่งครุ่นคิด
เธอพิชิต จิตกล้า ให้หวั่นไหว
เกรงใจเจ้า ดูแลข้า (พเจ้า) ด้วยหัวใจ
ทั้งเช็ดตัว ขับถ่าย ไม่แง่งอน
.
ตอนนี้คิด ไปถึง ซึ่งชาติหน้า
พรหมลิขิต ดวงชะตา ข้าคิดถึง
ขอดูแล ชนัญชิดา สักครั้งหนึ่ง
เป็นสามี เป็นที่พึ่ง ให้ชนัญชิดา
.
https://www.youtube.com/watch?v=d-dnDoxyzXA
(วีดีโอย่อ วันฉลองมงคลสมรสครับ)


๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

224: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 58: "บุพเพสันนิวาส พาลข้าพเจ้า" @ 12 มี.ค.61

"บุพเพสันนิวาส พาลข้าพเจ้า"

บุพเพ สันนิวาส พาลพาคิด
โอ้ดวงจิต โอ้ชีวิต มิสบสม
เดือนปีผ่าน เนิ่นนาน ความพิกล
พิสูจน์ตน ผ่านงาน ผ่านความเพียร

บุพเพ สันนิวาส พาลพาพบ
ให้ประสบ รวมพลัง ครั้งยิ่งใหญ่
๑๕ คน ด่านหน้า หน่วยกล้าตาย
ที่ทำเนียบ รัฐบาลไทย พฤศจิกา (๒๕๕๖)

บุพเพ สันนิวาส พาลพร้อมพบ
หลายคำรบ พบหน้า พาหวั่นไหว
ครั้นไม่พบ ดวงหน้า ให้อาลัย
คิดขึ้นได้ ใช้โทรหา ชวนพาที

บุพเพ สันนิวาส พาลพาอยู่
ร่วมกันสู้ อุตสาหะ ไม่หวั่นไหว
พรหมชาติหญิง ชนัญชิดา สู้แค่ตาย
พรหมชาติชาย ปรีดา ร่วมฝ่าฟัน

บุพเพ สันนิวาส พาลพาร่วม
ทั้งเรื่องชาติ เรื่องส่วนรวม เรื่องน้อยใหญ่
พิทักษ์สิทธิ์ คนพิการ ร่วมบรรยาย
เรื่องของชาติ เรื่องของไทย เรื่องของเรา

บุพเพ สันนิวาส พาลพาสร้าง
ร่วมกันร่าง ความฝัน อันสดใส
อาณาจักร เล็กเล็ก รวมดวงใจ
พิทักษ์ไทย พิทักษ์ชาติ พิทักษ์ตน

บุพเพ สันนิวาส พาลพบแล้ว
โอ้ดวงแก้ว ชนัญชิดา หน้าผ่องใส
ข้าพเจ้า ปรีดา จะตั้งใจ
ร่วมกันก้าว เดินไป พร้อมๆ กัน

บุพเพ สันนิวาส สองพันสิบแปด
บทเขียนแปลก ให้คนไทย ได้สุขสม
วิวาทะ ของรอมแพง น่านิยม
จึงชื่นชม ถึงภรรยา ของข้าเอย.
.
ผลกระทบจาก "บุพเพสันนิวาส" ที่กำลังอาละวาด อยู่ ณ ขณะนี้
(ขอเป็น "พี่หมื่น" ให้ภรรยา สักแป๊บครับ)
๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑












206: "เส้นทางคู่ขนานที่มาบรรจบกัน" ตอนที่ 52: ขอบคุณสำหรับหลังบ้านที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างครับ @ 59-12-01

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความตอนนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่า ได้มีโอกาสถ่ายภาพคู่แบบเซลฟี่ (Selfie) กับภรรยา ซึ่งไม่ค่อยได้ถ่ายสักเท่าไหร่ ภาพคู่บทความนี้ถ่ายขณะกำลังรอเซ็นต์สัญญาจ้างดำเนินการกับทางบริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ระหว่างรอผู้ใหญ่ พอเห็นภาพทำให้นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมากว่าจะแต่งงานกัน จนถึงสถานการณ์ที่ผ่านความลำบากมาด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องโครงการฝึกอบรมคนพิการที่เหมือนเราสองคนตกอยู่ในวงล้อมกลางสนามรบ ทั้งต่อสู้กับความถูกต้อง ที่ต้องทำให้งานลุล่วงบนพื้นฐานของระเบียบตามกฎหมาย ต่อสู้กับความโลภของคนหลายคนที่ไม่รู้จริง ต่อสู้กับความเข้าใจผิดของคนพิการจำนวนหนึ่ง ต่อสู้กับความอิจฉาของคน ต่อสู้กับตัวเองที่ทำไมต้องมาลำบากขนาดแบกโลกเอาไว้บนบ่า



ในที่สุด ความจริงก็คือความจริง อีกทั้งยังมีอาจารย์ที่เคารพ ช่วยกันประครองสถานการณ์จนจบภารกิจ ถึงแม้ว่าเราสองคนอาจจะต้องผจญภัยกันต่อ อีกยกหนึ่งในโครงการฝึกอบรมคนพิการ อีกโครงการต่อมา ซึ่งปัญหาด้านความเข้าใจผิดจากคนพิการแทบไม่มีแล้ว เนื่องจากเป็นโครงการที่เราสองคนดูแลเองทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการเงิน จึงทำให้เราให้คนพิการได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าจะขาดทุนก็ตาม แต่เป็นการขาดทุนที่คุ้มค่า เพราะคนพิการส่วนใหญ่มีงานทำ มีอาชีพ สามารถโบยบินเติบโตออกไปทำงาน และเราสองคนมั่นใจว่าพวกเขาเหล่านี้แทบไม่ต้องไปวนเวียนเรียนอบรมซ้ำไปซ้ำมาอีก เพราะน้องๆ คนพิการเก่งมากจริงๆ

ขอบคุณภรรยาคนนี้แบบสุดๆ ถึงแม้ใครๆ ภายนอกอาจจะดูว่าเธอดุ นั่นละเธอกำลังปกป้องเราสองคน จากภัยรอบตัว ที่บางครั้งผมแทบไม่ระวังเลย เพราะผมมองโลกในแง่ดี สวยงาม แต่เธอมองเห็น และช่วยกันผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาด้วยกัน

"เทวดาผู้หญิง" หลังบ้านที่เผ็ด น่ารัก ดุ ของผม

156: Unfriend ครั้งแรกในชีวิตกับคนสำคัญในชีวิต @ 57-06--13

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้บทความด้านความรู้สึกจะเยอะสักหน่อย คือ ทั้งมีงานเยอะกับความรู้สึกเยอะ อีกนิดเดียวก็จะเข้าที่เข้าทางแล้ว เพราะว่าสามารถบริหารจัดการตัวเองได้มากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมางานจะมี Output ต่ำกว่ามาตรฐานไปเสียหน่อย ดังนั้น การ Unfriend ครั้งแรกในชีิวตก็เป็นผลสืบเนื่องจากการบริหารจัดการตนเองที่ตัดสินใจทำไปเมื่อเย็นๆ ของวันพฤสบดีที่ 12 มิ.ย.57 ส่วนตัวที่ผ่านมา มีวิธีการแก้ปัญหาเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง คือ การบริหารตัวเอง นั้นเป็นสุดยอดของการบริหาร+แก้ปัญหา

เมื่อวาน 12 มิ.ย.57 ผมได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรรับเชิญ พูดเรื่องแนวทางหรือแรงบันดาลใจในการทำโครงการ "ข้าวปันสุข" ให้กับเกษตรกรและเยาวชน ที่จังหวัดชัยนาท ที่เข้าฟังกว่า 300 คน หลังจากนั้นมีเกษตรกรท่านหนึ่งมารอพบหน้าห้อง และมีผู้สูงอายุมารอคุยเรื่องการเชิญไปเป็นวิทยากรให้คนพิการใน จ.ชัยนาท คืนนั้นพี่ที่เป็นเกษตรกรได้โทรมาคุยกันเป็นชั่วโมง หนึ่งในคำตอบที่ผมตอบไปแล้วพี่เขาพูดว่า "จบเลย" 

พี่เกษตรกร: แล้วเราจะทำกันอย่างไรให้เกตรกรมีความซื่อสัตย์ สามัคคี และไม่ใช้เคมี
ปรีดา: สร้างกำลังซื้อขึ้นมาเอง ขาย แล้วกำเงินไว้ในมือ แล้วบอกกับเกษตรกรว่า ถ้าอยากได้เงินก้อนนี้ให้ทำเกษตรปลอดสารเคมี
พี่เกษตรกร: ถ้าคุณปรีดาพูดอย่างนี้ก็ "จบเลย" ไม่ต้องพูดอะไร 
ปรีดา: ใช่ครับ คุยกับเกษตรกรไม่ต้องคุยอะไร คุยแค่นี้พอ

ทุกเรื่องทุกอย่าง อยู่ที่ความตั้งใจของเรา หรือกลุ่มคน หรือองค์กร หากเรามีความตั้งใจจริง ลงมือทำ แล้วจะเกิดผลแห่งความตั้งใจนั้นตามมา ผมอธิบายให้พี่เกษตรกรฟังว่า การจัดการปัญหาที่ง่ายที่สุดคือ ทำที่ตัวเรา เกษตรกรไม่ฟังเรา เพราะอะไร เพราะเราไม่มีคุณไม่มีโทษกับเขา เราต้องสร้างคุณ ด้วยการมีลูกค้าอยู่ฝั่งเรา เท่ากับเรามีสิ่งที่เกษตรกรต้องการ หากใจเราทุกข์ เราก็ต้องจัดการใจเรา วิธีเหล่านี้แก้ง่ายๆ เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แก้ตรงนั้น

ผมทำงานด้านไอที ผมใช้ไอที และคิดว่า ใช้เป็นในระดับหนึ่ง แต่เมื่อวันหนึ่งการที่เราใช้ไอที ใช้ Social Network แล้วทำให้เกิดทุกข์ ง่ายที่สุดคือ เราหยุดใช้ และเลือกที่จะหยุดกับเฉพาะปัญหานั้นๆ คือ เลือกจัดการตัวเรากับบุคคลนั้น ผมกำลังหมายถึง การ Unfriend กับเพื่อน (ระบบเพื่อน) ใน facebook ไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้อง Unfriend ใคร แต่กลับเป็นเรื่องดีๆ เพราะพอทำปุ๊บ มีความสุขปั๊บ กลับเป็นว่า คนสำคัญที่เรา Unfriend ไปนั้น มาถามเราว่าดูภาพที่อัพโหลดขึ้นไปหรือยัง พอเห็นว่าผมยังไม่ได้ดู เธอจึงนำเปิดหน้าเพจของเธอให้ผมดู กลับได้พูดคุยกันมากขึ้น

บางครั้งการใช้ไอทีในชีวิตประจำวัน อาจทำให้เราละเลยหลายเรื่องไป ผมจึงอยากเสนอแนะเชิญชวนเพื่อนๆ ว่า ถ้าเราลอง Unfriend กับใครบางคน คุณก็อาจได้คนๆ นั้น กลับมาเป็น Friend แทนก็ได้ คำแนะนำนี้ยังขึ้นอยู่กับ ความเป็นเฉพาะบุคคลของคนๆ นั้นด้วยนะครับ เพราะว่า ทุกๆ คน แตกต่างกัน

ผมมีความสุขกับเรื่องราวที่เธออยากให้รู้มากกว่า เรื่องราวที่เธอแบ่งปันไปทั่วโลกออนไลน์

(หมายเหตุ: นำภาพตอนจบ ป.ตรี มาเป็นภาพประกอบเพราะไม่มีภาพประกอบครับ)